บทความสุขภาพ
ปวดหัวข้างเดียว แบบไหนแค่ไมเกรน
แบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?
แยกด้วยคำถามที่แพทย์ใช้จริง ก่อนจะกินยาแก้ปวดเม็ดต่อไป
เรียบเรียงโดยทีม PNKG Recovery Center · ตรวจทานโดย Shunsuke Gotoh, Manager
ปวดหัวข้างเดียวเป็นอาการที่คนไทยเจอกันจนแทบจะชิน หยิบยาแก้ปวดมากินสักเม็ด นอนพักสักตื่น เดี๋ยวก็หาย เป็นแบบนี้มาสิบปีก็ยังไม่เห็นมีอะไร
แต่ที่เราอยากชวนคุยในบทความนี้ คือครั้งที่มันไม่เหมือนเดิมครับ เพราะคนไข้บางคนที่มาฟื้นฟูกับเรา จุดเริ่มต้นของเรื่องก็คืออาการปวดหัวที่เจ้าตัวคิดว่าเป็นไมเกรนกำเริบนี่แหละ
ข่าวดีคือ อาการปวดหัวข้างเดียวส่วนใหญ่ไม่ได้อันตรายเลย และตัวที่อันตรายจริง ๆ ก็มีหน้าตาที่ต่างออกไปพอสมควร ถ้ารู้จุดสังเกตไว้ ก็แยกได้ตั้งแต่ยังอยู่ที่บ้าน
สรุปสั้น ๆ ก่อน
- ส่วนใหญ่คือไมเกรน ปวดตุ๊บ ๆ ข้างเดียว นานตั้งแต่ 4 ถึง 72 ชั่วโมง มักมีคลื่นไส้ และรำคาญแสงกับเสียงร่วมด้วย
- ถ้าปวดรอบเบ้าตาข้างเดียวและรุนแรงมาก นาน 15 ถึง 180 นาที พร้อมตาแดง น้ำตาไหล คัดจมูกข้างเดียวกัน แบบนี้เข้าได้กับปวดหัวแบบคลัสเตอร์
- แบบที่ต้องรีบที่สุด คือปวดขึ้นจนถึงจุดที่รุนแรงที่สุดภายในเวลาไม่กี่วินาที ที่เรียกว่าปวดหัวฟ้าผ่า อย่ารอดูอาการเด็ดขาด
- ปวดหัวพร้อมอาการทางระบบประสาท แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ตาพร่าครึ่งซีก ชักหรือซึมลง ถือเป็นเรื่องฉุกเฉินเสมอ
- คนเป็นไมเกรนควรใส่ใจหลอดเลือดมากกว่าคนทั่วไป เพราะงานวิจัยขนาดใหญ่พบว่ากลุ่มนี้มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าคนที่ไม่เป็นไมเกรน
เริ่มจากตัวที่พบบ่อยที่สุด
ปวดหัวข้างเดียว ส่วนใหญ่มาจากอะไร
ไมเกรน ตัวเต็งอันดับหนึ่ง
ไมเกรนมักปวดตุ๊บ ๆ เป็นจังหวะที่ขมับหรือรอบเบ้าตาข้างใดข้างหนึ่ง ความปวดอยู่ระดับปานกลางถึงมาก และจะแย่ลงเวลาขยับตัวหรือเดินขึ้นบันได คนส่วนใหญ่จะคลื่นไส้ รำคาญแสงจ้าและเสียงดัง จนต้องหลบไปนอนในห้องมืด ๆ
บางคนมีอาการนำที่เรียกว่าออร่า (aura) มาก่อนราว 20 ถึง 60 นาที เช่น เห็นแสงวูบวาบเป็นเส้นซิกแซก มองเห็นเป็นจุดดำ หรือชาที่มือและมุมปากข้างเดียว แล้วอาการเหล่านี้ค่อย ๆ หายไปเองก่อนจะเริ่มปวด
ปวดหัวแบบคลัสเตอร์ เจ็บจนลุกเดินไปมา
กลุ่มนี้พบน้อยกว่าแต่จำง่าย เพราะปวดข้างเดียวตรงเบ้าตาหรือขมับแบบรุนแรงมาก ทนนั่งนิ่งไม่ได้ ต้องลุกเดินไปมา แต่ละครั้งนาน 15 ถึง 180 นาที และมีอาการทางระบบประสาทอัตโนมัติข้างเดียวกันร่วมด้วยเสมอ เช่น ตาแดง น้ำตาไหล หนังตาตก คัดจมูกหรือน้ำมูกไหลข้างนั้นข้างเดียว
ปวดจากกล้ามเนื้อและท่าทาง
ปวดหัวจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงมักปวดสองข้างแบบตื้อ ๆ เหมือนมีอะไรรัดรอบศีรษะ แต่คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ท่าเดิมนาน ๆ หรือนอนตะแคงข้างเดียวประจำ ก็ปวดเด่นข้างเดียวได้เหมือนกัน จุดสังเกตคือมันมักเริ่มจากต้นคอและบ่าขึ้นมา ไม่ได้ปวดตุ๊บเป็นจังหวะ
| ลักษณะ | ไมเกรน | คลัสเตอร์ | กล้ามเนื้อตึง |
|---|---|---|---|
| ตำแหน่ง | ขมับหรือรอบตาข้างเดียว สลับข้างได้ | เบ้าตาข้างเดิมเป็นหลัก | ท้ายทอย ขมับ หรือรอบศีรษะ |
| ลักษณะปวด | ตุ๊บ ๆ เป็นจังหวะ | แสบร้อน เหมือนถูกแทง รุนแรงมาก | ตื้อ ๆ แน่น ๆ |
| ระยะเวลา | 4 ถึง 72 ชั่วโมง | 15 ถึง 180 นาที | เป็น ๆ หาย ๆ ทั้งวัน |
| อาการร่วม | คลื่นไส้ แพ้แสงแพ้เสียง | ตาแดง น้ำตาไหล คัดจมูกข้างเดียว | ตึงต้นคอและบ่า |
| ท่าที่ช่วย | นอนนิ่งในห้องมืด | อยู่นิ่งไม่ได้ ต้องเดินไปมา | ยืดคอ นวด เปลี่ยนท่า |
ตรงนี้คือส่วนที่ต้องจำ
ปวดหัวแบบไหนอันตราย ต้องไปโรงพยาบาลทันที
วงการแพทย์มีรายการสัญญาณเตือนสำหรับอาการปวดศีรษะที่อาจมีโรคอื่นซ่อนอยู่ เราย่อให้เหลือเฉพาะข้อที่คนทั่วไปสังเกตเองได้
8 สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669
- ปวดขึ้นถึงจุดรุนแรงที่สุดภายในไม่กี่วินาที จนบอกได้ว่าปวดที่สุดในชีวิต
- ปวดพร้อมอาการทางระบบประสาท แขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตาพร่าครึ่งซีก ชัก หรือซึมลง
- ปวดพร้อมไข้สูงและคอแข็ง ก้มคางชิดอกไม่ได้
- เริ่มปวดหัวครั้งแรกในชีวิตหลังอายุ 50 ปี โดยไม่เคยเป็นมาก่อน
- รูปแบบเปลี่ยนไปจากเดิม เคยปวดแบบหนึ่ง แต่ครั้งนี้ต่างออกไปชัดเจน หรือถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
- ปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม เบ่ง หรือก้มหน้า รวมถึงปวดมากตอนตื่นนอนเช้า
- ปวดหลังศีรษะได้รับกระแทก แม้จะผ่านไปหลายวันแล้ว
- กำลังตั้งครรภ์หรือหลังคลอด แล้วปวดหัวรุนแรงผิดปกติ
ปวดหัวฟ้าผ่า คืออะไร ทำไมห้ามรอ
คำว่าปวดหัวฟ้าผ่าไม่ได้หมายถึงปวดมาก แต่หมายถึงความเร็วที่ความปวดพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุด คือภายในไม่กี่วินาทีถึงหนึ่งนาที คนไข้มักบอกเวลาได้ชัดเจนว่ากำลังทำอะไรอยู่ตอนนั้น
สาเหตุที่กลัวที่สุดคือเลือดออกในชั้นใต้เยื่อหุ้มสมองจากหลอดเลือดโป่งพองแตก แนวทางที่ห้องฉุกเฉินใช้กันจะยิ่งสงสัยมากขึ้นถ้ามีข้อเหล่านี้ร่วมด้วย คือ อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ปวดหรือตึงต้นคอ หมดสติไปชั่วขณะ หรืออาการเริ่มตอนกำลังออกแรง
ที่สำคัญคือเรื่องเวลาครับ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองมีความไวสูงมากเมื่อทำภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังเริ่มปวด แต่ความไวจะลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป พูดง่าย ๆ คือยิ่งไปเร็ว ยิ่งตรวจเจอง่าย
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
ปวดหัวข้างเดียว ต้องตรวจภาพสมองไหม

ถ้าอาการเข้าได้กับไมเกรนชัดเจน เป็นมานาน รูปแบบเดิมทุกครั้ง และตรวจร่างกายทางระบบประสาทปกติ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องตรวจภาพสมองครับ เพราะโอกาสเจอความผิดปกติต่ำมาก
แต่ถ้ามีสัญญาณเตือนในหัวข้อก่อนหน้าแม้เพียงข้อเดียว การตรวจภาพจะกลายเป็นเรื่องจำเป็น และควรไปตรวจในวันนั้นเลย ไม่ใช่รอนัดสัปดาห์หน้า
เรื่องที่คนเป็นไมเกรนควรรู้
ไมเกรนเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองจริงไหม
คำตอบคือมีความสัมพันธ์กันจริง และตัวเลขก็ค่อนข้างชัด งานวิเคราะห์ฐานข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเปรียบเทียบคนเป็นไมเกรน 31,444 คน กับคนที่ไม่เป็น 379,283 คน พบว่ากลุ่มไมเกรนมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าราวสองเท่า และเมื่อแยกดูรายละเอียดก็พบว่า
- ความเสี่ยงหลอดเลือดสมองตีบสูงขึ้นราว 38%
- ความเสี่ยงหลอดเลือดสมองแตกสูงขึ้นราว 75%
- คนที่เป็นไมเกรนเรื้อรัง ความเสี่ยงสูงกว่าคนที่เป็นเป็นครั้งคราวราวสองเท่า
- คนที่มีออร่าเสี่ยงสูงกว่าคนที่ไม่มีออร่าราว 33%
ต้องอ่านตัวเลขพวกนี้ให้ถูกนะครับ มันคือความเสี่ยงเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้แปลว่าคนเป็นไมเกรนจะเป็นสโตรก เพราะโดยรวมแล้วโอกาสยังถือว่าน้อย สิ่งที่มันบอกจริง ๆ คือ ถ้าคุณเป็นไมเกรนอยู่แล้ว การคุมความดัน คุมไขมัน ไม่สูบบุหรี่ และขยับร่างกายสม่ำเสมอ จะให้ผลตอบแทนกับคุณมากกว่าคนทั่วไป ลองอ่าน วิธีอ่านค่าความดันให้เป็น ประกอบดูได้ครับ
กินยาแก้ปวดบ่อยเกินไป กลับทำให้ปวดหัวมากขึ้น
เรื่องนี้เจอบ่อยจนน่าเสียดาย คนที่ปวดหัวเรื้อรังแล้วกินยาแก้ปวดแทบทุกวัน จะเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่าปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน คือยาเองกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ปวดถี่ขึ้น
เกณฑ์คร่าว ๆ ที่ใช้กันคือ ถ้าต้องใช้ยาแก้ปวดตั้งแต่ 10 ถึง 15 วันต่อเดือนขึ้นไป ติดต่อกันเกินสามเดือน ควรไปพบแพทย์เพื่อวางแผนใหม่ ไม่ใช่เพิ่มขนาดยาเอง เพราะทางออกของกลุ่มนี้คือยาป้องกันไมเกรน ไม่ใช่ยาแก้ปวดที่แรงขึ้น
ถ้าวันนั้นมันไม่ใช่ไมเกรน
เมื่ออาการปวดหัวครั้งนั้นกลายเป็นสโตรก

คนไข้กลุ่มที่มาฟื้นฟูกับเราหลายคน เล่าย้อนไปวันแรกเหมือนกันหมดครับ ว่าวันนั้นก็แค่ปวดหัว แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือมันมีอย่างอื่นแถมมาด้วย บางคนพูดแล้วลิ้นพันกันนิดหน่อย บางคนถือแก้วน้ำแล้วรู้สึกว่ามือไม่ค่อยมีแรง แล้วก็คิดว่าเดี๋ยวคงหายเอง
สิ่งที่อยากฝากไว้คือ อาการปวดหัวที่มาคนเดียวมักไม่น่ากลัว แต่อาการปวดหัวที่พาเพื่อนมาด้วยนั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ถ้าเห็นสองอย่างมาพร้อมกันเมื่อไหร่ ให้ถือว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินไว้ก่อน อ่านรายละเอียดได้ใน สัญญาณเตือนสโตรกระยะแรก
และถ้าเกิดขึ้นแล้ว เรื่องยังไม่จบแค่รอดชีวิต เพราะการกลับไปเดินได้ พูดได้ และดูแลตัวเองได้ ขึ้นอยู่กับการฟื้นฟูที่เริ่มเร็วและทำต่อเนื่องมากกว่าที่หลายคนคิด เราเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดใน กายภาพสโตรก ทำยังไงให้กลับมาใกล้เคียงปกติ
สรุป
ปวดหัวข้างเดียวส่วนใหญ่คือไมเกรน ซึ่งจัดการได้และไม่อันตราย สิ่งที่ต้องแยกให้ออกมีอยู่สองแบบเท่านั้น คือแบบที่ปวดขึ้นสุดภายในไม่กี่วินาที กับแบบที่มีอาการทางระบบประสาทมาด้วย สองแบบนี้ไม่ต้องคิดนาน ไปโรงพยาบาลเลยครับ
ส่วนคนที่เป็นไมเกรนประจำ สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้คือจดบันทึกว่าปวดวันไหน กินยากี่เม็ด ถ้าเกิน 10 วันต่อเดือนเมื่อไหร่ ให้ไปคุยกับแพทย์เรื่องยาป้องกัน และอย่าลืมดูแลความดันกับไขมันไปพร้อมกัน เพราะนั่นคือส่วนที่คุณควบคุมได้จริง
คำถามที่พบบ่อย
ปวดหัวข้างเดียว เกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือไมเกรน รองลงมาคือปวดหัวจากกล้ามเนื้อและท่าทาง และปวดหัวแบบคลัสเตอร์ซึ่งพบน้อยแต่รุนแรงมาก ส่วนสาเหตุอันตรายเช่นเลือดออกในสมองพบไม่บ่อย แต่มักมีสัญญาณเตือนชัดเจนร่วมด้วย
ปวดหัวข้างเดียวแบบไหนอันตราย
แบบที่ปวดขึ้นถึงจุดรุนแรงที่สุดภายในไม่กี่วินาที แบบที่มาพร้อมแขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ตาพร่าครึ่งซีก ชัก หรือซึมลง แบบที่มีไข้สูงและคอแข็ง และแบบที่เพิ่งเริ่มเป็นครั้งแรกหลังอายุ 50 ปี ทั้งหมดนี้ควรไปโรงพยาบาลทันที
ปวดหัวข้างซ้ายกับข้างขวา ต่างกันไหม
ข้างที่ปวดไม่ได้บอกโรคโดยตรง ไมเกรนสลับข้างได้ในแต่ละครั้ง สิ่งที่มีความหมายมากกว่าคือ ถ้าปวดข้างเดิมทุกครั้งไม่เคยสลับเลย และอาการค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ กรณีนี้ควรไปตรวจเพิ่ม
ปวดหัวข้างเดียว ต้องทำ MRI ไหม
ถ้าอาการเข้าได้กับไมเกรนชัดเจนและตรวจร่างกายทางระบบประสาทปกติ โดยทั่วไปไม่จำเป็น แต่ถ้ามีสัญญาณเตือนแม้เพียงข้อเดียว การตรวจภาพสมองจะจำเป็นและควรทำโดยเร็ว
เป็นไมเกรนแล้วจะเป็นสโตรกไหม
ไม่ได้แปลว่าจะเป็น แต่งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่ากลุ่มไมเกรนมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะไมเกรนเรื้อรังและไมเกรนที่มีออร่า ทางที่ดีที่สุดคือคุมความดัน ไขมัน เลิกบุหรี่ และไม่ปล่อยให้ไมเกรนกำเริบถี่จนต้องกินยาแก้ปวดทุกวัน
แหล่งอ้างอิง
บทความนี้ตรวจทานโดย Shunsuke Gotoh, Manager, PNKG Recovery Center · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569
- International Classification of Headache Disorders, 3rd edition (ICHD-3). Cluster headache and Migraine diagnostic criteria.
- Migraine is associated with a higher risk of ischemic and hemorrhagic stroke: an analysis of the All of Us database. Frontiers in Pain Research, 2025.
- Do TP, et al. Red and orange flags for secondary headaches in clinical practice: SNNOOP10 list. Neurology, 2019.
- Perry JJ, et al. Ottawa Subarachnoid Hemorrhage Rule และการศึกษาความไวของเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองในชั่วโมงแรก.
- Garcia-Azorin D, et al. Sensitivity of the SNNOOP10 list in high-risk secondary headache detection. Cephalalgia, 2022.
ข้อมูลในบทความนี้ใช้เพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้
ปวดหัวจนกลายเป็นสโตรก ฟื้นฟูได้ ถ้าเริ่มเร็ว
PNKG Recovery and Elder Care ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแบบเข้มข้น ชั้น 2 โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ดูแลโดยทีมสหวิชาชีพร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี 080-910-2124