Health Literacy

ความดันปกติเท่าไหร่?
อ่านค่าความดันให้เป็นใน 2 นาที

ตัวเลขสองตัวบนหน้าจอเครื่องวัดบอกอะไร ค่าไหนยังสบายใจได้? ค่าไหนต้องรีบไปหาหมอ? และทำไมวัดที่บ้านกับที่โรงพยาบาลถึงได้ไม่เท่ากัน

เรื่อง ทีมสหวิชาชีพ PNKG Recovery Center  ·  ตรวจทานโดย Shunsuke Gotoh, Manager  ·  ภาพ PNKG

วัดความดันให้คุณแม่ได้ 138/88 ก็เลยลองเสิร์ชดูว่าสูงไหม เว็บแรกบอกว่ายังไม่ถือเป็นความดันสูง แต่พอเปิดอีกเว็บ กลับบอกว่านี่คือความดันสูงระยะที่ 1 แล้ว ตัวเลขเดียวกันแท้ ๆ แต่คำตอบไม่ตรงกันเลย ตกลง ความดันปกติ คือเท่าไหร่กันแน่?

ที่ศูนย์ฟื้นฟู เราได้ยินคำถามนี้จากญาติผู้ป่วยแทบทุกสัปดาห์ครับ บทความนี้เลยจะเล่าให้ครบในที่เดียว ทั้งเกณฑ์ไทยกับอเมริกาต่างกันยังไง ค่าความดันของแต่ละช่วงวัยควรอยู่ประมาณไหน และวิธีวัดความดันที่บ้านให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้จริง

ตอบสั้น ๆ ก่อน

ความดันปกติของผู้ใหญ่ควรต่ำกว่า 120/80 มม.ปรอท ตามเกณฑ์ของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย ค่าที่ไม่เกิน 129/84 ยังถือว่าปกติ ช่วง 130-139/85-89 คือสูงกว่าปกติ และตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไปจึงนับเป็นโรคความดันโลหิตสูง ส่วนเกณฑ์ของสมาคมหัวใจอเมริกัน (AHA/ACC) เข้มกว่า คือนับตั้งแต่ 130/80 เป็นความดันสูงระยะที่ 1 แล้ว ค่า 138/88 จึงถูกตีความต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าใช้เกณฑ์ไหน

  • ต่ำกว่า 120/80 คือค่าที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใหญ่
  • 120-129 / 80-84 ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • 130-139 / 85-89 เรียกว่าปกติค่อนไปทางสูง ยังไม่ใช่โรค แต่ควรเริ่มปรับพฤติกรรมแล้ว
  • ตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไป (วัดที่สถานพยาบาล) เข้าเกณฑ์ความดันโลหิตสูงตามแนวทางไทย
  • วัดเองที่บ้าน ใช้เกณฑ์ต่ำกว่า คือประมาณ 135/85 ขึ้นไปถือว่าสูง
  • 180/110 ขึ้นไป พร้อมอาการผิดปกติ คือภาวะฉุกเฉิน โทร 1669 ทันที

Chapter 1

ตัวเลขสองตัวบนหน้าจอ
แปลว่าอะไรกันแน่?

เวลาเครื่องขึ้น 120/80 ตัวบนคือ ความดันช่วงหัวใจบีบ (Systolic) ส่วนตัวล่างคือ ความดันช่วงหัวใจคลาย (Diastolic) หน่วยที่ใช้คือมิลลิเมตรปรอท หรือที่ย่อว่า มม.ปรอท

ลองนึกถึงสายยางรดน้ำดูครับ ตอนที่เรากดน้ำออกแรง ๆ แรงดันในสายจะพุ่งขึ้นสุด นั่นคือตัวบน พอปล่อยมือ แรงดันก็ลดลงมาค้างอยู่ระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นศูนย์ นั่นคือตัวล่าง หลอดเลือดของเราก็ทำงานแบบเดียวกัน

อีกเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือเลขตัวที่สามบนหน้าจอ ตัวนั้นคือชีพจร ไม่ใช่ค่าความดัน ปกติอยู่ราว 60-100 ครั้งต่อนาที

Chapter 2

ตารางค่าความดัน
ตามเกณฑ์ที่ใช้ในประเทศไทย

เกณฑ์ข้างล่างนี้อ้างอิงจากแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 ของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย เป็นค่าที่วัดในสถานพยาบาล

ระดับตัวบน (มม.ปรอท)ตัวล่าง (มม.ปรอท)
เหมาะสมน้อยกว่า 120น้อยกว่า 80
ปกติ120-12980-84
ปกติค่อนไปทางสูง130-13985-89
ความดันสูงระดับที่ 1140-15990-99
ความดันสูงระดับที่ 2160-179100-109
ความดันสูงระดับที่ 3180 ขึ้นไป110 ขึ้นไป

ถ้าตัวบนกับตัวล่างอยู่คนละช่อง ให้ยึดช่องที่สูงกว่าเป็นหลัก เช่น 135/92 ก็นับเป็นความดันสูงระดับที่ 1 เพราะตัวล่างเกิน 90 ไปแล้ว

ที่สำคัญคือ วัดครั้งเดียวแล้วสูง ยังไม่ได้แปลว่าเป็นโรคนะครับ แพทย์จะดูจากการวัดซ้ำคนละวัน หรือจากค่าที่วัดต่อเนื่องที่บ้าน เพราะความดันขึ้นลงได้ตลอดวันตามความเครียด การนอน และแม้แต่กาแฟแก้วเมื่อกี้

ความดันปกติ เครื่องวัดความดันโลหิตแสดงค่า 110/69 มม.ปรอท และชีพจร 75 ครั้งต่อนาที
ตัวบน 110 ตัวล่าง 69 ส่วนเลขล่างสุดคือชีพจร ไม่ใช่ค่าความดัน ค่าชุดนี้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม

Chapter 3

ทำไมบางเว็บบอกว่า
130 ก็สูงแล้ว?

ถ้าลองค้นเป็นภาษาอังกฤษ จะเจอว่าอเมริกาใช้เส้นแบ่งที่ต่ำกว่าเรา แนวทางล่าสุดปี 2025 ของ American Heart Association และ American College of Cardiology แบ่งไว้แบบนี้

ระดับ (เกณฑ์อเมริกา 2025)ตัวบนตัวล่าง
Normalน้อยกว่า 120น้อยกว่า 80
Elevated120-129น้อยกว่า 80
ความดันสูงระยะที่ 1130-13980-89
ความดันสูงระยะที่ 2140 ขึ้นไป90 ขึ้นไป

เห็นความต่างไหมครับ? ค่า 135/85 ที่ไทยเรียกว่า “ปกติค่อนไปทางสูง” อเมริกาเรียกว่าเป็นความดันสูงระยะที่ 1 ไปแล้ว แต่ทั้งสองฝั่งมองตรงกันเรื่องหนึ่งคือ ยิ่งตัวเลขต่ำกว่า 120/80 เท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อหลอดเลือดเท่านั้น และแนวทางอเมริกาปีล่าสุดก็ตั้งเป้าหมายของการรักษาไว้ที่ต่ำกว่า 130/80 สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่

แล้วคนไทยควรใช้เกณฑ์ไหน? คำตอบคือยึดเกณฑ์ไทยเป็นหลักครับ เพราะแพทย์ที่ดูแลเราใช้แนวทางนี้ แต่ถ้าค่าเริ่มเกิน 130/85 อย่ารอให้ถึง 140 ค่อยขยับ ช่วงนี้แหละคือช่วงที่ปรับพฤติกรรมแล้วได้ผลดีที่สุด

Chapter 4

ความดันปกติของแต่ละช่วงอายุ
ต่างกันจริงไหม?

อันนี้ต้องพูดกันตรง ๆ ครับ ตารางค่าความดันตามอายุที่เห็นกันเกลื่อนอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่เป็นค่าเฉลี่ยที่พบในแต่ละช่วงวัย ไม่ใช่เป้าหมายที่ควรเป็น เกณฑ์วินิจฉัยของผู้ใหญ่ใช้ชุดเดียวกันหมด ไม่ว่าจะอายุ 30 หรือ 75

สิ่งที่ต่างกันจริง ๆ คือเป้าหมายในการคุมของแต่ละคน ซึ่งแพทย์จะดูจากโรคประจำตัวและความแข็งแรงโดยรวมด้วย

กลุ่มเกณฑ์วินิจฉัยสิ่งที่ต้องระวัง
ผู้ใหญ่ 18-59 ปีเหมือนกันทุกวัย คือ 140/90 ขึ้นไปช่วงวัยทำงานมักไม่มีอาการ ควรวัดปีละครั้งเป็นอย่างน้อย
ผู้สูงอายุ 60-79 ปีเกณฑ์เดียวกันหลอดเลือดแข็งขึ้น ตัวบนมักสูงขึ้นตามอายุ คุมได้แต่ต้องระวังไม่ให้ต่ำจนหน้ามืด
อายุ 80 ปีขึ้นไปเกณฑ์เดียวกันแพทย์มักผ่อนเป้าหมายลง เพราะความเสี่ยงหกล้มสำคัญไม่แพ้ตัวเลข
ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรคไตเกณฑ์เดียวกันมักถูกตั้งเป้าหมายให้คุมเข้มกว่าคนทั่วไป
ผู้ป่วยหลังโรคหลอดเลือดสมองเกณฑ์เดียวกันเป้าหมายขึ้นกับระยะของโรค ช่วงเฉียบพลันมีข้อยกเว้น ต้องให้แพทย์กำหนด

พูดง่าย ๆ คือ อย่าไปเทียบตัวเลขกับเพื่อนวัยเดียวกันครับ ให้เทียบกับเป้าหมายที่แพทย์ตั้งไว้ให้เราเอง

Chapter 5

แล้วความดันต่ำล่ะ
ต่ำแค่ไหนถึงต้องกังวล?

โดยทั่วไปถ้าวัดได้ต่ำกว่า 90/60 มม.ปรอท ถือว่าความดันต่ำ แต่ถ้าไม่มีอาการอะไรเลย ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้อันตราย บางคนความดันพื้นฐานต่ำอยู่แล้วตั้งแต่หนุ่มสาว

ที่ต้องระวังคือกลุ่มที่มีอาการร่วมด้วย เช่น หน้ามืด ตาลาย ใจสั่น เพลียผิดปกติ หรือเป็นลม โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ลุกจากเตียงหรือเก้าอี้เร็ว ๆ แล้ววูบ ซึ่งเรียกว่าความดันตกขณะเปลี่ยนท่า

เรื่องนี้เราเจอบ่อยมากในศูนย์ฟื้นฟู เพราะการวูบครั้งเดียวอาจจบด้วยกระดูกสะโพกหักและนอนติดเตียง วิธีที่เราสอนครอบครัวคือให้ลุกเป็นสามจังหวะ นอนแล้วนั่งขอบเตียงสัก 1 นาที นั่งแล้วยืนค้างไว้อีกสักครู่ ค่อยเริ่มเดิน แค่นี้ก็ลดอุบัติเหตุไปได้เยอะแล้ว

Chapter 6

วัดความดันที่บ้านยังไง
ให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้?

ค่าที่วัดที่บ้านมักต่ำกว่าที่โรงพยาบาลประมาณ 5 มม.ปรอท เพราะไม่มีความตื่นเต้นแบบตอนเจอหมอ เกณฑ์ของการวัดที่บ้านจึงต่างกันนิดหน่อย

วัดที่ไหนค่าที่ถือว่าความดันสูง
สถานพยาบาลตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไป
วัดเองที่บ้าน (ค่าเฉลี่ย)ประมาณ 135/85 ขึ้นไป

7 ข้อที่ทำให้ค่าที่วัดแม่นขึ้น

  • นั่งพักก่อน 5 นาที อย่าเพิ่งวัดทันทีที่เดินเข้าบ้าน
  • นั่งหลังพิงพนัก เท้าวางราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง
  • วางแขนบนโต๊ะให้อยู่ระดับหัวใจ ถ้าแขนต่ำกว่า ค่าจะสูงเกินจริง
  • พันผ้าพันแขนกับต้นแขนเปล่า ไม่พันทับเสื้อหนา ๆ
  • ห้ามคุยหรือเล่นมือถือระหว่างวัด
  • วัด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 นาที แล้วใช้ค่าเฉลี่ย
  • วัดเวลาเดิมทุกวัน เช้าหลังตื่นก่อนกินยา และก่อนนอน แล้วจดลงสมุดไปให้หมอดู

สมุดจดค่านี่แหละครับที่มีค่ากับหมอมากที่สุด เพราะมันบอกแนวโน้มได้ดีกว่าค่าครั้งเดียวที่วัดในห้องตรวจ บางคนวัดที่บ้านปกติดี แต่พอมาถึงโรงพยาบาลค่าพุ่ง เรียกว่า white coat hypertension ส่วนบางคนกลับกัน คือที่โรงพยาบาลปกติ แต่ที่บ้านสูง แบบหลังนี่อันตรายกว่า เพราะกว่าจะรู้ตัวก็ปล่อยไว้นานแล้ว

Chapter 7

ความดันกับโรคหลอดเลือดสมอง
เกี่ยวกันแค่ไหน?

ความดันโลหิตสูงคือปัจจัยเสี่ยงอันดับต้น ๆ ของโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งแบบตีบและแบบแตก ความน่ากลัวคือมันแทบไม่แสดงอาการอะไรเลยจนกว่าจะเกิดเรื่อง หลายครอบครัวที่เรารับดูแลเพิ่งมารู้ว่าคุณพ่อคุณแม่ความดันสูง ก็ตอนที่นอนอยู่ในห้องฉุกเฉินแล้ว

ที่ศูนย์ เราวัดความดันก่อนฝึก ระหว่างฝึก และหลังฝึกทุกครั้ง ไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เพราะค่าที่ขึ้นผิดปกติระหว่างฝึกเป็นสัญญาณว่าต้องหยุดพักหรือปรับโปรแกรม

อีกเรื่องที่เจอบ่อยจนต้องเตือนคือ พอวัดแล้วค่าปกติติดกันหลายวัน ญาติก็เริ่มลดยาหรือหยุดยาให้ผู้ป่วยเอง ทั้งที่ค่าที่ปกตินั้นเกิดจากยาที่กำลังออกฤทธิ์อยู่ พอหยุดปุ๊บความดันก็เด้งกลับ และรอบนี้เสี่ยงกว่าเดิม เพราะหลอดเลือดผ่านการบาดเจ็บมาแล้วครั้งหนึ่ง

อ่านต่อเรื่องการฟื้นฟูหลังสโตรกได้ที่ กายภาพสโตรก ทำยังไงให้กลับมาใกล้เคียงปกติ และสัญญาณเตือนระยะแรกที่ เส้นเลือดในสมองตีบ อาการเริ่มแรก

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองฝึกกายภาพบำบัดโดยมีการติดตามความดันโลหิต
ที่ศูนย์ฟื้นฟู การวัดความดันก่อนและหลังฝึกเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมทุกวัน

Chapter 8

ค่าแบบไหนที่ต้องไปหาหมอ
และแบบไหนคือฉุกเฉิน?

สัญญาณที่ต้องโทร 1669 ทันที

วัดได้ตั้งแต่ 180/110 ขึ้นไป ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน เจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ ตามัวมองไม่ชัด อ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือซึมลง อย่าขับรถไปเอง ให้โทรเรียกรถพยาบาลครับ

ส่วนกรณีที่ควรนัดพบแพทย์ในเร็ว ๆ นี้ คือวัดที่บ้านแล้วได้เกิน 135/85 ติดต่อกันหลายวัน หรือค่าเหวี่ยงขึ้นลงแรงผิดปกติ หรือมีอาการเวียนหัว ใจสั่น บวมที่ขาร่วมด้วย

Chapter 9

ปรับพฤติกรรมเองได้แค่ไหน?

ข่าวดีคือความดันตอบสนองกับการปรับพฤติกรรมได้ดีมาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่ค่ายังไม่สูงจนต้องใช้ยา

  • ลดโซเดียมให้ไม่เกินวันละ 2,000 มก. หรือประมาณเกลือ 1 ช้อนชา ตัวการหลักของคนไทยคือน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
  • เดินเร็วหรือปั่นจักรยานวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน จะแบ่งเป็นครั้งละ 10 นาทีก็ได้
  • ลดน้ำหนักลงสัก 5% ก็เห็นผลกับค่าความดันแล้ว
  • งดบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์
  • นอนให้พอ 7 ชั่วโมง คนที่นอนกรนดังและง่วงกลางวันควรตรวจภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วย
  • กินผักผลไม้ให้มากขึ้น แต่ผู้ป่วยโรคไตต้องถามแพทย์ก่อน เพราะผลไม้บางชนิดมีโพแทสเซียมสูง

แต่ย้ำอีกครั้งนะครับ ปรับพฤติกรรมคือของคู่กับยา ไม่ใช่ของแทนยา คนที่หมอสั่งยาแล้ว ให้กินต่อเนื่องและไปตามนัด ถ้าคุมได้ดีจริง แพทย์จะเป็นคนลดยาให้เอง

ผู้สูงอายุเดินออกกำลังกายในสวนกับทีมดูแล
เดินเร็ววันละ 30 นาที เป็นวิธีลดความดันที่ทำได้จริงและต่อเนื่องที่สุดสำหรับผู้สูงอายุ

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ความดันปกติเท่าไหร่?

ผู้ใหญ่ทั่วไป ค่าที่ดีที่สุดคือต่ำกว่า 120/80 มม.ปรอท ส่วนช่วง 120-129/80-84 ยังถือว่าปกติ ถ้าวัดที่สถานพยาบาลแล้วได้ตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไป ถือว่าเข้าเกณฑ์ความดันโลหิตสูงตามแนวทางของไทย

ความดัน 130/85 สูงไหม?

ยังไม่ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูงตามเกณฑ์ไทย แต่จัดอยู่ในกลุ่มปกติค่อนไปทางสูง (130-139/85-89) เป็นสัญญาณว่าควรเริ่มลดเค็ม ขยับร่างกาย และวัดความดันที่บ้านเป็นประจำ

ความดันที่วัดที่บ้านกับที่โรงพยาบาลต่างกันปกติไหม?

ปกติครับ ค่าที่บ้านมักต่ำกว่าที่สถานพยาบาลประมาณ 5 มม.ปรอท เกณฑ์ความดันสูงของการวัดที่บ้านจึงอยู่ที่ประมาณ 135/85 ขึ้นไป ไม่ใช่ 140/90

ผู้สูงอายุ ความดันควรอยู่ที่เท่าไหร่?

ใช้เกณฑ์วินิจฉัยเดียวกับผู้ใหญ่ทั่วไป แต่เป้าหมายในการคุมของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นกับโรคประจำตัวและความแข็งแรงโดยรวม ในผู้สูงอายุที่เปราะบาง แพทย์มักไม่กดให้ต่ำเกินไปเพราะเสี่ยงหน้ามืดและหกล้ม

ความดันต่ำเท่าไหร่ถึงเรียกว่าต่ำ?

โดยทั่วไปต่ำกว่า 90/60 มม.ปรอท ถือว่าต่ำ ถ้าไม่มีอาการมักไม่อันตราย แต่ถ้ามีหน้ามืด ใจสั่น เพลียผิดปกติ หรือเป็นลม ควรไปพบแพทย์

ความดันสูงเท่าไหร่ถึงเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง?

ความเสี่ยงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามระดับความดัน ไม่ได้มีเส้นตายตัวเส้นเดียว แต่ยิ่งคุมได้ใกล้เป้าหมายที่แพทย์ตั้งไว้ ความเสี่ยงยิ่งลดลง ส่วนค่าตั้งแต่ 180/110 ขึ้นไปพร้อมอาการผิดปกติ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที

วัดความดันตอนไหนดีที่สุด?

วัดเวลาเดิมทุกวัน เช้าหลังตื่นนอนก่อนกินยาและอาหาร กับช่วงก่อนนอน นั่งพัก 5 นาทีก่อนวัด และวัด 2 ครั้งห่างกัน 1 นาที แล้วใช้ค่าเฉลี่ย

กินยาลดความดันแล้วค่าปกติ หยุดยาเองได้ไหม?

ไม่ควรครับ ค่าที่ปกติคือผลของยาที่กำลังออกฤทธิ์อยู่ การหยุดยาเองทำให้ความดันเด้งกลับขึ้นไปและเพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดสมอง ถ้าอยากลดยา ให้คุยกับแพทย์เพื่อปรับตามค่าที่วัดได้จริง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ตรวจทานโดย Shunsuke Gotoh, Manager, PNKG Recovery Center · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569

  1. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567. อ่านต้นฉบับ
  2. 2025 AHA/ACC Guideline for the Prevention, Detection, Evaluation and Management of High Blood Pressure in Adults. อ่านต้นฉบับ

ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยหลังสโตรกกับ PNKG

ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและดูแลผู้สูงอายุ ทำงานร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ติดตามสัญญาณชีพและออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูเป็นรายบุคคลทุกวัน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี 080-910-2124

One Response

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า