เมื่อสโตรกไม่ใช่โรคไกลตัว และอาจไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เรื่องราวของ “พ่อพูลศักดิ์” คุณพ่อที่ต้องเผชิญกับเส้นเลือดในสมองตีบแค่คืนเดียวที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป จากเกษตรกรเข้าสวนทุกเช้า เพื่อดูแลคนงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ กลับต้องเผชิญกับภาวะที่แม้แต่คนในครอบครัวยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มรับมืออย่างไร ประกอบกับภาวะแทรกซ้อนจากภาวะเลือดออกในสมอง อาการปอดติดเชื้อและภาวะหัวใจโต แต่ครอบครัวเลือกที่จะไม่ยอมแพ้ และพยายามทำทุกทาง เพื่อให้พ่อกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุดอีกครั้ง
วันที่รู้ว่าพ่อเป็นสโตรก ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?
ด้วยความที่คุณพ่อเป็นคนที่มีพื้นฐานร่างกายค่อนข้างแข็งแรง เป็นเกษตรกรที่ชอบลงสวนทุกเช้า เพื่อดูแลสวนและคุมคนงาน ไม่เคยมีปัญหาสุขภาพหรือสัญญาณเตือนให้ต้องกังวล โดยที่ไม่รู้เลยว่า “สโตรก” จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตครอบครัวภายในชั่วข้ามคืน
.
คุณแขก : “ตอนที่เหตุการณ์เกิดขึ้น พี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ครับ พ่อพยายามจะเข้าห้องน้ำ แต่ลุกไม่ขึ้น เลยตะโกนเรียกให้แม่มาช่วย แม่ก็ตกใจเลยรีบติดต่อรพ. จนมารู้ทีหลังว่าอาการที่พ่อเป็น เกิดจากสโตรก
.
เอาจริง ๆ พี่ไม่รู้จักโรคนี้เลยครับ เคยแต่ได้ยินชื่อ ไม่รู้เลยว่าก่อนจะเป็นสโตรก คืออะไร ถ้าเป็นแล้วจะเป็นยังไงต่อ ซึ่งถ้าถามว่าพ่อมีโอกาสเป็นไหม จริง ๆ ก็มีแหละ แต่มันไม่มีสัญญาณเตือนเลยจริง ๆ เพราะก่อนหน้านั้นพ่อใช้ชีวิตได้ปกติจริง ๆ”
มีวิธีรับมืออารมณ์ และสภาวะทางจิตใจอย่างไร?
เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เกิดขึ้นในคืนธรรมดาที่ทุกอย่างดูจะปกติเหมือนกับวันอื่น ๆ สำหรับ “คุณแขก” ที่เพิ่งมาทราบภายในหลังว่าคุณพ่อเป็นสโตรก ไม่ใช่แค่ตกใจ แต่คือความว่างเปล่าของการไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับโรคที่กำลังเข้ามาพลิกชีวิตครอบครัว แต่แทนที่จะหยุดอยู่กับความกลัว คุณแขกเลือกที่จะลงมือหาข้อมูลทันที เพราะรู้ว่า เวลา คือ ทุกอย่าง
.
คุณแขก : “ตอนที่รู้ว่าพ่อเป็นสโตรกบอกตามตรงว่ากังวลมาก ๆ ครับ และความกังวลนั้น ทำให้พี่รีบหาข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับโรคนี้ เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปได้มากทีสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จนได้รู้ว่า สโตรกเป็นโรคที่ฟื้นตัวยาก โอกาสที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนเดิมยากมาก ทุกอย่างต้องใช้เวลาครับ”
มีวิธีการเลือกศูนย์ฟื้นฟูอย่างไร?
ก่อนตัดสินใจเข้ารับการฟื้นฟู คุณแขกได้ศึกษาข้อมูลจากศูนย์พื้นฟูฯ หลายแห่ง แต่สิ่งที่ทำให้เลือก PNKG คือความชัดเจนในการอธิบายแนวทางการดูแล ขั้นตอนการรักษา และการประสานงานที่รวดเร็ว ทำให้ครอบครัวเห็นภาพการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ และมั่นใจว่าจะช่วยให้คุณพ่อมีโอกาสกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุด
.
พี่แขก : “บอกตามตรง พี่ไ่ม่มีพื้นฐานความรู้เลยว่าสถานที่ฟื้นฟูแต่ละที่มีวิธีการดูแลอย่างไร และมีนวัตกรรมอย่างไรบ้าง พี่เลยสอบถามแต่ละที่ว่า คุณพ่อมีอาการประมาณนี้ แต่ละที่มีวิธีการดูแลอย่างไรที่จะทำให้คุณพ่อกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
.
ซึ่งแต่ละที่อธิบายด้วยคำตอบกว้าง ๆ ทำให้เราไม่เห็นภาพปลายทางที่ชัดเจน แต่ที่นี่อธิบายรายละเอียดชัดเจน ทั้งค่าใช้จ่าย Step การดูแล การฟื้นฟู และประสานงานค่อนข้างเร็ว พี่เลยเลือกให้คุณพ่อใช้บริการที่นี่ครับ”
เพราะของที่ชำรุดไม่มีทางกลับมา 100% ทุกอย่างต้องใช้เวลา
สำหรับความคาดหวังการฟื้นฟู คุณแขกเข้าใจดีว่าโอกาสในการฟื้นฟูไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม 100% ถึงจะไม่อยากยอมรับความจริง แต่เพราะรอยโรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการรักษา ส่งผลให้โอกาสในการฟื้นตัวในช่วง Golden Period ของคุณพ่อยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ ทำให้ความคาดหวังของคุณแขกเหลือเพียงแค่การทำกิจวัตรประจำวันเท่านั้น
.
คุณแขก : “พี่เข้าใจว่าของที่ชำรุดแล้วไม่มีทางกลับมา 100% สิ่งที่เราคาดหวังเลยเหลือแค่ขอให้พ่อช่วยเหลือตัวเองได้ เดินด้วยการใช้ไม้เท้าเดิน ทำกิจวัตรประจำวัน การเข้าห้องน้ำ แปรงฟันได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วครับ”
11 สัปดาห์ แห่งการเปลี่ยนแปลง
ตลอด 11 สัปดาห์แห่งการฟื้นฟู คุณพ่อมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จากช่วงแรกที่นั่งรับประทานอาหารเองไม่ได้ มีอาการเซ จนค่อย ๆ นั่งได้ดีขึ้น สุขภาพจิตใจดีขึ้น และเริ่มกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง ครอบครัวย้ำว่า “โรคนี้ต้องใช้เวลา” และการฟื้นฟูไม่ใช่สิ่งที่เห็นผลในไม่กี่วัน แต่คือ การค่อย ๆ พัฒนาไปทีละขั้น
.คุณแขก : “ช่วงแรก ๆ คุณพ่อยังนั่งทานอาหารไม่ได้เลยครับ เพราะมีอาการเซ แต่ตั้งแต่มาใช้บริการที่นี่ พ่อนั่งได้มากขึ้น สุขภาพจิตใจดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีปัญหาด้านจิตใจ ซึ่งเราเองก็เข้าใจดีว่าต้องใช้เวลา หลายคนที่ไม่เข้าใจก็อาจจะรู้สึกว่าทำไมผลลัพธ์ช้า หรือไม่ได้ผล แต่จริง ๆ แล้วมันใช้เวลาในการฟื้นฟู อาศัยความอดทนและความสม่ำเสมอจริง ๆ”
บริการด้วยความเต็มใจเหมือนคนในครอบครัว
นอกจากผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูร่างกายแล้ว อีกสิ่งที่ครอบครัวของ “พ่อพูลศักดิ์” รู้สึกประทับใจไม่แพ้กัน คือ การดูแลเอาใจใส่จากทีมเจ้าหน้าที่ทุกคนที่คอยช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ จนทำให้ช่วงเวลาที่ยากลำบากของครอบครัวอบอุ่นขึ้นมาก เพราะสำหรับผู้ป่วยสโตรกและคนในครอบครัว “ความสบายใจ” ก็เป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟูเช่นเดียวกัน
.
คุณแขก : “จริง ๆ พี่ประทับใจหลายด้านเลย เจ้าหน้าที่บริการน่ารักทุกท่าน ไม่มีพฤติกรรมให้เราลำบากใจ บริการด้วยความเต็มใจ ดูแลพ่อเหมือนคนในครอบครัวจริง ๆ ครับ”
มีอะไรอยากฝากให้ครอบครัวที่กำลังเผชิญปัญหานี้ไหม
และสุดท้าย ทางคุณแขกและครอบครัวได้ฝากถึงครอบครัวหรือผู้ป่วยที่กำลังเผชิญสถานการณ์เดียวกันว่า หลังผ่านการรักษาแล้ว “การฟื้นฟู” คือ ขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และควรเริ่มให้เร็วที่สุด เพราะหากปล่อยเวลาให้ผ่านไป กล้ามเนื้อและการทำงานของร่างกายจะยิ่งลดลง แต่หากได้รับการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม ก็ยังมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นอีกครั้ง
จากวันที่ครอบครัวแทบไม่รู้จัก “สโตรก” จนถึงวันที่พ่อพูลศักดิ์ค่อย ๆ กลับมานั่งทานอาหารเองได้อีกครั้ง ตลอด 11 สัปดาห์ของการฟื้นฟู คือ บทพิสูจน์ว่า “เวลา” และ “การฟื้นฟูที่เหมาะสม” มีความสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยสโตรก
สำหรับ PNKG เราเชื่อว่าการฟื้นฟูไม่ได้ดูแลแค่ร่างกาย แต่รวมถึงสภาพจิตใจและคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและครอบครัว ด้วยการดูแลแบบสหวิชาชีพ วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล และติดตามพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
เพราะ “การเริ่มฟื้นฟูเร็ว” อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง

Content Writer มีประสบการณ์ด้านงานเขียนสุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดสมอง โรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ รวมถึงโรคอื่น ๆ ในแบบฉบับเข้าใจง่ายมากกว่า 5 ปี




