วันที่ 15 เมษายน ขณะที่คุณพ่อและคุณแม่ธัญลักษณ์กำลังนั่งทานข้าวด้วยกันตามปกติ เพียงชั่วขณะที่คุณพ่อหันไปดูทีวี เมื่อหันกลับมาคุณแม่ก็ล้มพับลงไปนั่งกับพื้นโดยไม่ทันตั้งตัว ครอบครัวตัดสินใจนำส่งโรงพยาบาลรามคำแหง 2 ภายใน 30 นาทีหลังเกิดเหตุ
เส้นทางกว่าจะถึง PNKG
ที่โรงพยาบาลรามคำแหง 2 แพทย์ได้ทำการตรวจ CT Scan แต่เนื่องจากด้านเครื่องมือและความพร้อมของแพทย์เฉพาะทางยังไม่เพียงพอ จึงส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลสิรินธรเพื่อรักษาต่อ คุณแม่พักรักษาตัวที่สิรินธรประมาณ 5-6 วัน จนอาการเริ่มทรงตัว ก่อนย้ายกลับมารักษาต่อที่โรงพยาบาลรามคำแหง 1 เนื่องจากใกล้บ้านมากกว่า
ระหว่างการรักษา คุณแม่ได้ทดลองฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์ (Robot-assisted walking) ที่รามคำแหง 1 แต่เนื่องจากรู้สึกเจ็บและหนักเกินไปในครั้งแรก จึงไม่ได้ฝึกต่อด้วยวิธีนี้ การฝึกเดินจึงเปลี่ยนมาใช้ไม้เท้าแทน ควบคู่กับกิจกรรมบำบัดและกายภาพบำบัดที่ทำแทบทุกวันไม่มีวันหยุด
จากวันเกิดเหตุ 15 เมษายน จนถึงวันที่ 28 เมษายน ครอบครัวจึงตัดสินใจพาคุณแม่มาเริ่มฟื้นฟูอย่างเข้มข้นที่ PNKG Recovery & Elder Care
จังหวะเวลาที่มีความหมาย
นับจากวันที่เกิดเหตุ 15 เมษายน จนถึงวันที่ครอบครัวตัดสินใจพาคุณแม่มาเริ่มฟื้นฟูอย่างเข้มข้นที่ PNKG ในวันที่ 28 เมษายน ใช้เวลาเพียง 13 วัน ซึ่งยังอยู่ในช่วงที่เรียกว่า Golden Period — ช่วงเวลาสำคัญหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองที่สมองยังมีความสามารถในการปรับตัวและสร้างเส้นทางประสาทใหม่ (Neuroplasticity) ได้สูงที่สุด
การที่ครอบครัวตัดสินใจเริ่มฟื้นฟูอย่างเข้มข้นได้เร็วภายในกรอบเวลานี้ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณแม่ธัญลักษณ์เห็นพัฒนาการที่ชัดเจนในเวลาต่อมา ทั้งการเปลี่ยนจาก Brunnstrom Stage 5 เป็น Stage 6 และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันด้วยตัวเองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รู้จักคุณแม่ธัญลักษณ์
คุณแม่ธัญลักษณ์ อายุ 62 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ และมีโรคประจำตัวคือไทรอยด์และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (AF) ก่อนป่วยเธอเป็นคนไม่อารมณ์ร้อน มีสติ ร่าเริง เป็นมิตรกับทุกคน รักสัตว์เลี้ยง (มีแมวถึง 7 ตัว) และชื่นชอบการอ่านนิยายจีนเป็นชีวิตจิตใจ
ในชีวิตประจำวัน คุณแม่เคยทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัว คอยลงพื้นที่ตรวจไซต์งานด้วยตัวเอง และยังเป็นเสาหลักของบ้าน ทั้งทำอาหาร ทำความสะอาด และดูแลเรื่องการเงินของครอบครัว โดยมีสามีและลูกสาวเป็นผู้ดูแลหลัก
จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู
เมื่อเข้ารับการประเมินที่ PNKG คุณแม่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันได้ ทำได้เพียงทานข้าวและดื่มน้ำด้วยตัวเอง ส่วนกิจกรรมอื่น ๆ ยังต้องได้รับความช่วยเหลือทั้งหมด
สิ่งที่ครอบครัวและคุณแม่ต้องการมากที่สุด คือ การกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้ โดยคุณแม่เองมีเป้าหมายอยากกลับไปขับรถและทำงานได้เหมือนเดิม ขณะที่ครอบครัวเลือก PNKG เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพด้านการทำกายภาพบำบัดที่นี่
ความก้าวหน้าด้านร่างกาย
จากการประเมินล่าสุด พบว่าขาข้างขวาของคุณแม่ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยพัฒนาจาก Brunnstrom Stage 5 ขึ้นเป็น Stage 6 การเคลื่อนไหวใกล้เคียงปกติมากขึ้น อาการเกร็งลดลง สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวแต่ละข้อต่อได้อย่างอิสระ และกล้ามเนื้อทำงานประสานกันได้เกือบเป็นปกติแล้ว
ส่วนขาข้างซ้ายก็มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นเช่นกัน อยู่ในเกรด 3-4 และบางมัดกล้ามเนื้อสามารถพัฒนาถึงเกรด 5 คือเคลื่อนไหวต้านแรงภายนอกได้เต็มที่ 100%
กิจวัตรประจำวันที่ทำได้ด้วยตัวเองมากขึ้น
พัฒนาการด้านการเดินที่ดีขึ้นส่งผลให้คุณแม่สามารถเดินเพื่อทำกิจกรรมภายในห้องได้มากขึ้น และปัจจุบันความสามารถในชีวิตประจำวันของคุณแม่ใกล้เคียงกับความสามารถสูงสุดที่ทำได้เกือบทุกกิจกรรมแล้ว โดยส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ต้องการเพียงการดูแลควบคุมจากเจ้าหน้าที่หรือครอบครัว ไม่ใช่การช่วยเหลือแบบเต็มรูปแบบเหมือนช่วงแรกที่เข้ามา
กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ด้วยตัวเองแล้ว ได้แก่
- อาบน้ำ – ทำความสะอาดร่างกายได้ทุกส่วนด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่ช่วยเฉพาะส่วนหลังและเตรียมอุปกรณ์
- เข้าห้องน้ำ – ทำได้เองทั้งหมดภายใต้การดูแล
- ใส่/ถอดเสื้อผ้าท่อนบน – ใส่และถอดเสื้อยืดได้เอง เจ้าหน้าที่เตรียมเสื้อไว้ให้
- ใส่/ถอดเสื้อผ้าท่อนล่าง – ใส่กางเกงและรองเท้าได้เองภายใต้การดูแล
- เคลื่อนย้ายตัวจากเตียง-เก้าอี้-รถเข็น – ทำได้เองโดยการหมุนตัวไปยังจุดหมาย ภายใต้การดูแล
- เดิน – เดินภายในอาคารระยะสั้นได้เอง ส่วนระยะไกลขึ้นหรือเดินนอกอาคารยังต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อย
- ขึ้น-ลงบันได – มีศักยภาพสูงสุดคือทำได้เองภายใต้การดูแล แต่ในชีวิตประจำวันจริงยังต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อย
ทีมงานระบุว่าคุณแม่ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาความสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก ผ่านการปรับสิ่งแวดล้อมหรือใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือให้เหมาะสมมากขึ้น เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สำเร็จด้วยตัวเองเพียงลำพัง
ก้าวต่อไปสู่เป้าหมาย
แม้วันนี้คุณแม่ธัญลักษณ์จะยังไม่สามารถกลับไปขับรถหรือทำงานได้เหมือนเดิมตามที่ตั้งใจไว้ แต่ระยะทางที่เหลืออยู่นั้นสั้นลงมากเมื่อเทียบกับจุดเริ่มต้นที่ยังช่วยเหลือตัวเองแทบไม่ได้เลย
ทีมงาน PNKG ระบุว่าคุณแม่ยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาความสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก ผ่านการปรับสิ่งแวดล้อมหรือใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือให้เหมาะสมมากขึ้น เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้สำเร็จด้วยตัวเองเพียงลำพัง และเข้าใกล้เป้าหมายที่คุณแม่ตั้งใจไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง PNKG มากขึ้นทุกวัน




