บทความสุขภาพ

เวียนหัวบ้านหมุน แบบไหนแค่หินปูนในหู
แบบไหนคือสัญญาณสโตรก?

แยกให้ออกด้วยคำถามสามข้อที่แพทย์ใช้จริงข้างเตียง

เรียบเรียงโดยทีม PNKG Recovery Center · ตรวจทานโดย Shunsuke Gotoh, Manager

ตื่นเช้ามา พลิกตัวจะลุกจากเตียง แล้วจู่ ๆ เพดานก็หมุนติ้วจนต้องรีบล้มตัวลงนอนใหม่ นอนนิ่ง ๆ สักพักมันก็หาย พอลุกอีกทีก็หมุนอีก อาการแบบนี้คนไทยเจอกันเยอะมาก และเกือบทุกคนจะนึกถึงคำเดียวกันคือ “น้ำในหูไม่เท่ากัน”

แต่ที่เราเจอบ่อยที่ศูนย์ฟื้นฟู มันเป็นอีกด้านหนึ่งของเรื่องเดียวกันครับ คนไข้บางคนที่นอนฝึกเดินอยู่ตรงหน้าเราตอนนี้ วันแรกที่อาการเริ่ม เขาก็แค่เวียนหัวบ้านหมุนเหมือนกันนี่แหละ ไปคลินิกใกล้บ้าน ได้ยาแก้เวียนหัวกลับมากิน นอนพักหนึ่งคืน แล้วอีกสองวันถัดมาถึงรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือสโตรกที่ก้านสมอง

เล่าแบบนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ใครตกใจนะครับ เพราะเวียนหัวบ้านหมุนส่วนใหญ่ไม่อันตรายจริง ๆ แต่มันมีจุดแยกอยู่ไม่กี่ข้อที่ชัดมาก และถ้ารู้ไว้ ก็พอตัดสินใจเองได้เลยว่าคืนนี้นอนพักที่บ้านได้ หรือต้องลุกไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้

สรุปสั้น ๆ ก่อน

  • ส่วนใหญ่ไม่อันตราย สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือหินปูนในหูชั้นในหลุด ซึ่งพบได้ราว 17–42% ของคนที่มาพบแพทย์ด้วยอาการเวียนศีรษะ
  • แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด งานทบทวนวรรณกรรมที่รวมคนไข้ห้องฉุกเฉินกว่า 150,000 คน พบว่าราว 5 ใน 100 คนที่มาด้วยอาการเวียนศีรษะ สาเหตุจริง ๆ คือโรคหลอดเลือดสมอง
  • จุดแยกที่เร็วที่สุดคือการเดิน ลองลุกยืนแล้วเดิน ถ้าเดินเองไม่ได้เลย หรือเซไปข้างใดข้างหนึ่งตลอด ให้คิดถึงสมองไว้ก่อน
  • หมุนแป๊บเดียวตอนเปลี่ยนท่า ไม่เกินหนึ่งนาที และเป็นเฉพาะตอนพลิกตัวหรือเงยหน้า มักเป็นเรื่องของหูชั้นใน
  • หมุนต่อเนื่องพร้อมอาการอื่น พูดไม่ชัด เห็นภาพซ้อน ชาครึ่งซีก กลืนแล้วสำลัก คือเรื่องด่วน โทร 1669 ทันที

เริ่มจากคำที่ใช้ปนกันบ่อยที่สุด

บ้านหมุน กับ มึนหัว ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เวลาคนไข้บอกว่า “เวียนหัว” จริง ๆ แล้วมันแยกได้เป็นสองแบบ ซึ่งสาเหตุคนละเรื่องกันเลย

แบบแรกคือบ้านหมุนจริง ๆ คือรู้สึกว่าห้องหมุน เพดานหมุน หรือตัวเราเองหมุน ทั้งที่นั่งนิ่ง ๆ อยู่ ภาษาหมอเรียกว่า vertigo อาการแบบนี้มาจากระบบการทรงตัว ซึ่งมีอยู่สองที่คือหูชั้นใน กับสมองส่วนที่คุมการทรงตัว

อีกแบบคือมึน ๆ เบาหัว โคลงเคลง เหมือนจะเป็นลม แบบนี้ไม่ใช่บ้านหมุน แต่มักมาจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอชั่วคราว เช่น ลุกเร็วเกินไปแล้วความดันตก น้ำตาลต่ำ ขาดน้ำ หรือผลข้างเคียงของยาลดความดัน ถ้าใครเป็นกลุ่มนี้ ลองอ่านเรื่อง ค่าความดันปกติและวิธีอ่านค่าให้เป็น ประกอบด้วยก็ได้ครับ

ที่ต้องแยกให้ออกตั้งแต่ต้น เพราะสองแบบนี้ไปคนละทางกันตั้งแต่คำถามแรกที่หมอจะถาม

สี่สาเหตุที่เจอบ่อยที่สุด

เวียนหัวบ้านหมุน เกิดจากอะไรได้บ้าง

เอาจริง ๆ สาเหตุของอาการบ้านหมุนมีเป็นสิบ แต่ที่เจอกันจริง ๆ ในชีวิตประจำวันมีอยู่สี่กลุ่มใหญ่ และสามกลุ่มแรกไม่อันตรายเลย

สาเหตุหมุนนานแค่ไหนจุดสังเกตอันตรายไหม
หินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV)ไม่กี่วินาที ถึงไม่เกิน 1 นาทีเป็นเฉพาะตอนเปลี่ยนท่า พลิกตัวบนเตียง เงยหน้าหยิบของบนชั้น หรือก้มผูกเชือกรองเท้าไม่อันตราย รักษาให้หายได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ตรวจ
เส้นประสาททรงตัวอักเสบ (Vestibular neuritis)ต่อเนื่องเป็นวัน ถึงหลายวันมักมาหลังเป็นหวัด หมุนแรงมากในวันแรกแล้วค่อย ๆ ดีขึ้น การได้ยินยังปกติไม่อันตราย แต่ทรมานมากช่วงสองสามวันแรก
น้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere)20 นาที ถึงหลายชั่วโมงมีหูอื้อ เสียงดังในหู และการได้ยินลดลงเป็นพัก ๆ ร่วมด้วยไม่ถึงชีวิต แต่กลับมาเป็นซ้ำได้เรื่อย ๆ
สโตรกที่ก้านสมองหรือสมองน้อยต่อเนื่อง ไม่หายเองเดินเองไม่ได้ เซไปข้างเดียว และมักมีอาการทางระบบประสาทอื่นร่วมอันตรายถึงชีวิต ต้องถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

ที่น่าสนใจก็คือ สโตรกที่มาด้วยอาการเวียนหัวมักเป็นสโตรกของหลอดเลือดสมองส่วนหลัง ซึ่งคิดเป็นราว 20% ของสโตรกชนิดขาดเลือดทั้งหมด และเป็นกลุ่มที่ถูกวินิจฉัยพลาดในครั้งแรกได้บ่อยกว่าสโตรกทั่วไปพอสมควร เพราะอาการเด่นของมันไม่ใช่ปากเบี้ยวแขนอ่อนแรงแบบที่เราท่องกันมา

คำถามข้อเดียวที่ได้ผลที่สุด

จุดแยกที่ใช้ได้จริงที่สุดคือ ลุกเดินได้ไหม

นักกายภาพบำบัดประคองผู้ป่วยฝึกเดินในทางเดินที่สว่าง
การเดินคือบททดสอบที่ตรงไปตรงมาที่สุด คนที่บ้านหมุนจากหูชั้นใน มักยังเดินได้แม้จะโซเซ แต่คนที่บ้านหมุนจากสมอง มักลุกเดินเองไม่ไหวเลย

ถ้าให้เลือกคำถามได้ข้อเดียว หมอห้องฉุกเฉินจะเลือกข้อนี้ครับ ให้คนไข้ลองลุกยืนแล้วเดินสองสามก้าว โดยมีคนคอยประคองไว้

คนที่บ้านหมุนจากหูชั้นใน ต่อให้หมุนจนอาเจียน เขาก็มักยังพอเดินได้อยู่ อาจจะเดินโซเซ ต้องเกาะผนังบ้าง แต่ยังไปได้ ส่วนคนที่บ้านหมุนจากสมองน้อยหรือก้านสมอง จะลุกเดินเองไม่ไหว บางคนนั่งเฉย ๆ ยังเอียงไปข้างเดียวตลอด นี่เป็นสัญญาณที่หนักแน่นกว่าที่หลายคนคิด

สิ่งที่สังเกตมาจากหูชั้นในมาจากสมอง
การเดินเดินโซเซ แต่ยังพอเดินได้เดินเองไม่ได้ หรือล้มไปข้างเดียวซ้ำ ๆ
ท่าที่กระตุ้นสัมพันธ์กับการเปลี่ยนท่าชัดเจนหมุนอยู่ตลอด ไม่เกี่ยวกับท่า
นอนนิ่ง ๆ แล้วดีขึ้นชัดเจนยังหมุนอยู่เหมือนเดิม
อาการร่วมคลื่นไส้ อาเจียน หูอื้อพูดไม่ชัด เห็นภาพซ้อน ชาครึ่งซีก กลืนสำลัก
การได้ยินอาจลดลงข้างเดียวมักปกติ
ความเสี่ยงเดิมไม่จำเพาะมีความดันสูง เบาหวาน ไขมันสูง สูบบุหรี่ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

6 สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที หรือโทร 1669

  • เวียนหัวแล้วลุกเดินเองไม่ได้เลย หรือเซไปข้างเดียวตลอด
  • เห็นภาพซ้อน ตามัวลงเฉียบพลัน หรือมองเห็นครึ่งเดียว
  • พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง หรือนึกคำไม่ออกแบบที่ไม่เคยเป็น
  • กลืนน้ำแล้วสำลัก เสียงเปลี่ยน หรือมุมปากตก
  • ชาหรืออ่อนแรงครึ่งซีก รวมถึงชาที่ใบหน้าข้างเดียว
  • ปวดศีรษะหรือปวดต้นคอรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็น พร้อมกับอาการหมุน

ข้อเดียวก็พอครับ ไม่ต้องครบทุกข้อ และไม่ต้องรอดูอาการถึงเช้า เพราะยาละลายลิ่มเลือดมีกรอบเวลาของมันอยู่ อ่านเพิ่มเรื่อง สัญญาณเตือนสโตรกระยะแรก ได้ในบทความนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องตรวจ

หมอแยกยังไงว่าเป็นที่หูหรือที่สมอง

แพทย์อธิบายผลภาพสมองให้ผู้สูงอายุที่มาด้วยอาการเวียนหัวบ้านหมุนฟัง
ภาพสมองช่วยยืนยันได้ก็จริง แต่ในชั่วโมงแรก ๆ การตรวจร่างกายข้างเตียงยังเชื่อถือได้มากกว่าที่หลายคนคิด

สำหรับคนที่บ้านหมุนต่อเนื่องอยู่ตอนนั้น มีชุดการตรวจข้างเตียงที่หมอฉุกเฉินใช้กันชื่อว่า HINTS ซึ่งเป็นการตรวจสามอย่างสั้น ๆ ไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไรเลย

  1. ให้มองจมูกหมอ แล้วหมอสะบัดหน้าเราเร็ว ๆ ดูว่าตายังจับเป้าอยู่ไหม ถ้าตาหลุดแล้วต้องไล่กลับ มักเป็นเรื่องของหูชั้นใน ซึ่งฟังดูย้อนความรู้สึกนะครับ แต่การตรวจข้อนี้ผลที่ดู “ผิดปกติ” กลับแปลว่าปลอดภัยกว่า
  2. ดูลักษณะการกระตุกของลูกตา ถ้ากระตุกไปทางเดียวตลอดมักเป็นที่หู แต่ถ้าเปลี่ยนทิศตามทิศที่มอง หรือกระตุกขึ้นลง ให้คิดถึงสมอง
  3. ปิดตาทีละข้างสลับกัน ถ้าลูกตาขยับขึ้นลงคนละระดับ เป็นสัญญาณของก้านสมอง

สิ่งที่อยากให้จำไว้อีกข้อคือ CT สมองในชั่วโมงแรก ๆ ตรวจไม่เจอสโตรกที่ก้านสมองได้บ่อยมาก เพราะบริเวณนั้นมีกระดูกบังจนภาพไม่ชัด ถ้าหมอบอกว่าผล CT ปกติแต่ยังกังวล การขอปรึกษาแพทย์ระบบประสาทเพิ่มไม่ใช่เรื่องเสียมารยาทอะไรเลยครับ

เรื่องที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด

ยาแก้เวียนหัว กินได้ไหม

ยาแก้เวียนหัวที่คนไทยคุ้นกันที่สุดเป็นกลุ่มที่กดการทำงานของระบบการทรงตัว มันช่วยให้รู้สึกดีขึ้นจริงในไม่กี่ชั่วโมงแรก แต่แนวทางสากลของสมาคมโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา ไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้เป็นการรักษาประจำของหินปูนในหูหลุด

เหตุผลมีสองข้อครับ ข้อแรกคือมันไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เพราะต้นเหตุคือผลึกหินปูนที่หลุดไปอยู่ผิดที่ ยาไม่ได้ย้ายมันกลับ ข้อสองซึ่งสำคัญกว่า คือการกดระบบทรงตัวไว้นาน ๆ จะทำให้สมองปรับตัวช้าลง สุดท้ายกลายเป็นมึน ๆ เรื้อรังอยู่อย่างนั้น ทั้งที่ควรจะหายไปแล้ว

ใช้ได้ครับ แต่ใช้แบบสั้น ๆ ช่วงที่อาเจียนหนักจนกินน้ำไม่ได้ แล้วก็หยุด ไม่ใช่กินต่อเนื่องเป็นเดือน

ถ้าเป็นหินปูนในหูหลุด รักษายังไงให้หายเร็ว

วิธีรักษาหลักไม่ใช่ยา แต่เป็นการจัดท่าศีรษะเป็นลำดับเพื่อพาผลึกหินปูนกลับเข้าที่เดิม ที่รู้จักกันมากที่สุดคือท่า Epley ใช้เวลาไม่กี่นาทีในห้องตรวจ และคนไข้จำนวนมากดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก

แนวทางเดียวกันนี้ยังระบุด้วยว่า ถ้าอาการเข้าเกณฑ์ชัดเจนแล้ว ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์หรือทำ MRI และหลังจัดท่าเสร็จก็ไม่ต้องจำกัดท่านอนอะไรเป็นพิเศษ ที่เคยได้ยินกันว่าห้ามก้ม ห้ามนอนตะแคง นั่นเป็นคำแนะนำรุ่นเก่าแล้วครับ

ข้อควรระวังคือ อย่าเพิ่งไปหาคลิปมาจัดท่าเองที่บ้าน ถ้ายังไม่เคยให้ใครตรวจยืนยันว่าเป็นหินปูนจริง เพราะถ้าเป็นสาเหตุจากสมอง การสะบัดศีรษะเองอาจทำให้แย่ลงได้

ส่วนที่คนมักไม่รู้

ถ้ามันคือสโตรก เรื่องไม่ได้จบแค่รอดชีวิต

การฝึกทรงตัวบนแผ่นสมดุลโดยมีนักกายภาพบำบัดดูแลใกล้ชิด
การฝึกระบบทรงตัวไม่ใช่แค่ยืนให้นิ่ง แต่คือการสอนสมองให้อ่านสัญญาณจากหู ตา และข้อต่อ ให้ตรงกันอีกครั้ง

สโตรกที่สมองน้อยหรือก้านสมองมีลักษณะเฉพาะอยู่อย่างหนึ่ง คือหลายคนแขนขาแรงดีเหมือนเดิมเลย แต่กลับทรงตัวไม่ได้ ลุกจากเก้าอี้แล้วโซเซ เดินเข้าห้องน้ำเองไม่ไหว ญาติมองจากข้างนอกก็งงว่าแรงก็มี ทำไมเดินไม่ได้

สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือวงจรที่เราเห็นซ้ำ ๆ ครับ เวียนแล้วกลัวล้ม พอกลัวล้มก็ขยับน้อยลง พอขยับน้อยลง กล้ามเนื้อก็อ่อนแรงลงอีก แล้วก็ยิ่งเดินไม่ได้ กว่าจะรู้ตัวก็ผ่านไปหลายเดือน

ข่าวดีคือระบบการทรงตัวฝึกกลับมาได้ งานวิเคราะห์อภิมานที่รวมงานวิจัยแบบสุ่ม 15 ชิ้น ผู้ป่วยหลังสโตรกรวม 769 คน พบว่าการฝึกระบบทรงตัวควบคู่ไปกับการฟื้นฟูตามปกติ ทำให้คะแนนการทรงตัว Berg Balance Scale ดีขึ้นเฉลี่ยราว 3 คะแนน และเวลาที่ใช้ลุกเดิน (Timed Up-and-Go) เร็วขึ้นราว 4 วินาที

สองตัวเลขนี้อาจดูน้อยในกระดาษ แต่ในชีวิตจริงมันคือความต่างระหว่างคนที่ต้องมีคนพยุงเข้าห้องน้ำ กับคนที่เดินไปเองได้ และงานวิจัยชุดเดียวกันยังพบอีกสองอย่างที่สำคัญมาก คือคนที่เริ่มฝึกภายใน 6 เดือนแรกได้ผลดีกว่า และการฝึกที่ยาวพอ คืออย่างน้อย 4 สัปดาห์ ให้ผลดีกว่าการฝึกสั้น ๆ

เรื่องความเข้มข้นของการฝึก เราเขียนไว้ละเอียดแล้วใน กายภาพสโตรก ทำยังไงให้กลับมาใกล้เคียงปกติ ครับ

ภาพที่เราเจอบ่อยที่สุด

คนไข้กลุ่มที่มาถึงเราช้าที่สุด มักเริ่มจากคำว่าเวียนหัว

ถ้าให้เล่าภาพรวมของคนไข้กลุ่มนี้ที่เราเจอ มันมักจะเดินตามแบบแผนเดียวกันจนน่าตกใจ

วันแรกเขาเวียนหัวแล้วอาเจียน คิดว่าเป็นน้ำในหูไม่เท่ากันเลยนอนพัก วันที่สองยังหมุนอยู่แต่พอทนได้ ลูกหลานพาไปคลินิกใกล้บ้าน ได้ยาแก้เวียนหัวกลับมา วันที่สามเริ่มเดินแล้วเซไปทางซ้ายตลอด กินข้าวแล้วสำลักบ่อยขึ้น ถึงตอนนั้นถึงได้ไปโรงพยาบาลใหญ่ แล้วผลภาพสมองก็บอกว่ามีสโตรกที่สมองน้อย

สิ่งที่หายไปในเรื่องนี้ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่เงิน และไม่ใช่ความตั้งใจของครอบครัวเลยครับ สิ่งที่หายไปคือสองวันแรก ซึ่งเป็นช่วงที่การรักษาทำอะไรได้มากที่สุด

เพราะอย่างนั้น ถ้าคืนนี้ที่บ้านมีใครเวียนหัวบ้านหมุน ขอแค่ให้เขาลองลุกเดินให้ดูสักสองสามก้าว ถ้าเดินได้ ค่อยนอนพักแล้วไปพบแพทย์ตอนเช้า แต่ถ้าเดินไม่ได้ อย่ารอถึงเช้าครับ

คำถามที่คนถามบ่อย

เวียนหัวบ้านหมุน เกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือหินปูนในหูชั้นในหลุด รองลงมาคือเส้นประสาททรงตัวอักเสบหลังเป็นหวัด และน้ำในหูไม่เท่ากัน ส่วนสาเหตุที่อันตรายที่สุดแม้จะพบน้อยกว่า คือสโตรกที่ก้านสมองหรือสมองน้อย ซึ่งพบได้ราว 5 ใน 100 คนที่มาห้องฉุกเฉินด้วยอาการเวียนศีรษะ

บ้านหมุนแบบไหนอันตราย

แบบที่หมุนต่อเนื่องไม่หายเอง ร่วมกับเดินเองไม่ได้ เซไปข้างเดียว เห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด ชาครึ่งซีก กลืนแล้วสำลัก หรือปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน มีข้อใดข้อหนึ่งก็ควรไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669

เวียนหัวบ้านหมุนกี่วันหาย

ถ้าเป็นหินปูนในหูหลุด อาการแต่ละครั้งสั้นมาก คือไม่เกินหนึ่งนาที และมักหายได้เร็วหลังได้รับการจัดท่าศีรษะ ส่วนเส้นประสาททรงตัวอักเสบ อาการมักหนักที่สุดในวันแรกแล้วค่อย ๆ ดีขึ้นภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ถ้าเกินสองสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้นเลย ควรกลับไปตรวจซ้ำ

ยาแก้เวียนหัว กินต่อเนื่องได้ไหม

ไม่ควรครับ แนวทางสากลไม่แนะนำให้ใช้ยากดระบบการทรงตัวเป็นการรักษาประจำ เพราะไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ และยังทำให้สมองปรับตัวช้าลงจนกลายเป็นอาการมึนเรื้อรัง ควรใช้เฉพาะช่วงสั้น ๆ ที่อาเจียนหนักเท่านั้น

เวียนหัวบ้านหมุน ต้องทำ MRI ไหม

ถ้าอาการเข้าเกณฑ์ของหินปูนในหูชั้นในชัดเจน แนวทางสากลระบุว่าไม่จำเป็นต้องทำภาพถ่ายสมอง แต่ถ้ามีสัญญาณที่ชวนให้คิดถึงสมอง การตรวจภาพจะจำเป็น และควรทราบว่า CT ในชั่วโมงแรก ๆ มักมองไม่เห็นสโตรกที่ก้านสมอง

เวียนหัวคลื่นไส้อาเจียน แปลว่าเป็นสโตรกหรือเปล่า

ไม่เสมอไปครับ คลื่นไส้อาเจียนพบได้มากในอาการบ้านหมุนจากหูชั้นในเช่นกัน สิ่งที่ใช้แยกไม่ใช่ความรุนแรงของการอาเจียน แต่เป็นการเดินและอาการทางระบบประสาทที่มาร่วมด้วยมากกว่า

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ตรวจทานโดย Shunsuke Gotoh, Manager, PNKG Recovery Center · อัปเดตล่าสุด กันยายน 2569

  1. Dizziness in the emergency department and risk of stroke: A systematic review and meta-analysis. PLOS One, 2025.
  2. Bhattacharyya N, et al. Clinical Practice Guideline: Benign Paroxysmal Positional Vertigo (Update). AAO-HNS Foundation, 2017.
  3. Gurley KL, Edlow JA. Avoiding Misdiagnosis in Patients With Posterior Circulation Ischemia. Academic Emergency Medicine, 2019.
  4. Vestibular rehabilitation therapy on balance and gait in patients after stroke: a systematic review and meta-analysis. BMC Medicine, 2023.
  5. Shah VP, et al. Diagnostic accuracy of the physical examination in ED patients with acute vertigo or dizziness (GRACE-3). Academic Emergency Medicine, 2023.

ข้อมูลในบทความนี้ใช้เพื่อความเข้าใจเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ได้

เวียนหัว ทรงตัวไม่ได้ หลังสโตรก ฟื้นฟูได้

PNKG Recovery and Elder Care ศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแบบเข้มข้น ชั้น 2 โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ดูแลโดยทีมสหวิชาชีพร่วมกับผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี 080-910-2124

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า