Aphasia คืออะไร อาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ แบบไหน คือ ภาวะอะเฟเซีย

Aphasia คืออะไร อาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ แบบไหน คือ ภาวะอะเฟเซีย
Table of Contents

พูดไม่ชัด นึกคำไม่ออก เลือกใช้คำผิด หรือพูดแล้วคนฟังไม่เข้าใจอาจไม่ใช่แค่อาการหลงลืมธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะอะเฟเซีย เมื่อคำสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่คนทั่วไปเข้าใจ กลายเป็นเรื่องยากสำหรับกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือผู้ที่มีอาการบาดเจ็บของสมอง บทความนี้จะพาผู้อ่านมาทำความเข้าใจว่า Aphasia คืออะไร อาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ แบบไหนที่ควรระวัง เพราะภาวะนี้ไม่ได้กระทบแค่การสื่อสารอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจและสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย

ภาวะอะเฟเซีย (Aphasia) คืออะไร เมื่ออาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

ภาวะอะเฟเซีย (Aphasia) คือ ภาวะบกพร่องทางการสื่อสารที่เกิดจากสมองส่วนที่ควบคุมภาษา (Language center) ทำงานผิดปกติหรือได้รับความเสียหาย ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยอาการที่พบบ่อย ๆ จะเป็นอาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ ใช้คำไม่ตรงความหมาย เรียงรูปประโยคสื่อสารแปลก ๆ หรือการที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้ตามที่ต้องการ เช่น 

  • อยากพูดว่า “ปิดไฟ” แต่พูดว่า “ปิดพัดลม”
  • รู้สึก “ร้อน” แต่กลับพูดว่า “หนาว”

หรือสรุปง่าย ๆ ว่า ผู้ป่วยบางเคสอาจเข้าใจความหมายหรือสิ่งที่คู่สนทนาต้องการสื่อได้ แต่การถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นคำพูดหรือประโยคกลับทำได้ยากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไป การใช้ภาษาจะเกี่ยวข้องกับสมองหลายส่วน โดยเฉพาะ 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ 

  • Wernicke’s area : ทำหน้าที่ในการรับรู้และทำความเข้าใจภาษา เช่น การฟัง การตีความ และการประมวลผล
  • Broca’s area : ทำหน้าที่ควบคุมการพูดและการแสดงออกทางภาษา ทำให้สามารถเรียบเรียงคำและสื่อสารออกมาเป็นประโยคได้

ถ้าสมองส่วนใดส่วนหนึ่งเสียหาย ไม่ว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคทางระบบประสาท อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะอะเฟเซีย (Aphasia) จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และการเข้าสังคมด้วย 

Aphasia เกิดจากอะไร กับ 4 สาเหตุภาวะสื่อสารบกพร่องที่ไม่ได้เกิดแค่เฉพาะผู้สูงอายุ

าวะอะเฟเซีย (Aphasia) คือ ภาวะบกพร่องทางการสื่อสารที่เกิดจากสมองส่วนที่ควบคุมภาษา (Language center) ทำงานผิดปกติหรือได้รับความเสียหาย ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยอาการที่พบบ่อย ๆ จะเป็นอาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ ใช้คำไม่ตรงความหมาย เรียงรูปประโยคสื่อสารแปลก ๆ หรือการที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้ตามที่ต้องการ

พูดไม่ชัด พูดผิด ๆ ถูก ๆ เกิดจากอะไร เชื่อว่า คนทั่วไปมักจะคิดว่าอาการนี้เกิดจากอัลไซเมอร์ หรือความจำเสื่อมตามวัย แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะอะเฟเซียส่วนใหญ่จะเกิดจาก 4 สาเหตุหลัก ๆ ไม่ได้เกิดแค่เฉพาะผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียว ได้แก่  

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

สโตรกเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอะเฟเซียบ่อยที่สุด เมื่อการไหลเวียนเลือดไปที่สมองผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการเส้นเลือดในสมองตีบ หรือมีเลือดออกในสมอง ทำให้สมองขาดออกซิเจน ส่งผลให้เซลล์สมองเสียหาย ถ้าเกิดสโตรกเกิดในบริเวณสมองที่ควบคุมด้านการใช้ภาษาโดยตรง จะทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านการสื่อสาร เช่น พูดคำผิด นึกคำไม่ออก หรือพูดไม่รู้เรื่องได้  

การบาดเจ็บที่สมอง (Traumatic Brain Injury)

อาการบาดเจ็บทางสมองจากอุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากการได้รับแรงกระแทกทางศีรษะอย่างรุนแรงโดยตรง เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ การหกล้ม อาจส่งผลให้สมองส่วนที่ควบคุมการสื่อสารได้รับความเสียหาย

เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor)

หากเนื้องอกในสมองไปกดทับในบริเวณที่ควบคุมการทำงานเกี่ยวกับภาษา อาจทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านการสื่อสาร ผ่านสัญญาณเตือนของ Aphasia คือ พูดหรือเลือกใช้คำผิดบ่อย ๆ พูดไม่รู้เรื่อง หรือเข้าใจคำพูดของคู่สนทนายาก

โรคทางระบบประสาทบางชนิด

นอกจากนี้ โรคทางสมองบางประเภท เช่น ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) หรือโรคพาร์กินสัน ฯลฯ ก็อาจส่งผลต่อความสามารถการใช้ภาษาและการสื่อสารของผู้ป่วยได้เช่นกัน โดยกลุ่มโรคเหล่านี้จะทำให้ผู้ป่วยค่อย ๆ มีปัญหาด้านการนึกคำหรือเลือกใช้คำ การเข้าใจภาษา และการเรียงประโยคสนทนาตาม Stage ของรอยโรค ยิ่ง Stage ของรอยโรคสูงเท่าไร ระดับความสามารถก็จะค่อย ๆ ถดถอยตามไปด้วย

Aphasia ไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว รู้จัก 4 ประเภทภาวะบกพร่องทางภาษาและอาการที่แตกต่างกัน

รู้หรือไม่ ภาวะอะเฟเซียไม่ใช่แค่อาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ หรือนึกคำพูดไม่ออกอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้ว อะเฟเซีย คือภาวะบกพร่องทางภาษาที่สามารถแสดงอาการได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งสมองที่ได้รับความเสียหาย ยกตัวอย่างง่าย ๆ 

  • ผู้ป่วยบางรายเข้าใจสิ่งที่คู่สนทนาพูดทั้งหมด แต่กลับถ่ายความคิดที่มีอยู่ออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ 
  • บางรายอาจจะสื่อสารได้เหมือนปกติ แต่เนื้อหากลับไม่ตรงตามที่ต้องการจะสื่อได้ 

ซึ่งจริง ๆ แล้ว ภาวะอะเฟเซียสามารถแบ่งได้ 4 ประเภทหลัก ๆ โดยแต่ละประเภทจะมีลักษณะอาการและผลกระทบต่อการสื่อสารที่แตกต่างกัน ได้แก่

Broca’s Aphasia

Broca Aphasia คือ ประเภทอะเฟเซียที่ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านการสื่อสารหรือการเรียงประโยค ทั้ง ๆ ที่เข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นพูดทั้งหมด แต่ไม่สามารถถ่ายทอดความคิดเป็นคำพูดได้ อาจจะพูดเป็นคำสั้น ๆ หรือพูดไม่จบประโยค

Wernicke’s Aphasia

Wernicke’s Aphasia คือ อะเฟเซียประเภทที่ดูเหมือนจะปกติทุกอย่าง ผู้ป่วยสามารถสื่อสารได้ แต่เนื้อหาที่พูดหรือการเลือกใช้คำผิด และอาจมีปัญหาหรือการทำความเข้าใจคำพูดของผู้อื่นด้วย 

Global Aphasia

ส่วน Global Aphasia คือ ประเภทอะเฟเซียที่รุนแรงกว่า ผู้ป่วยจะมีปัญหาทั้งการสื่อสาร และการเข้าใจภาษา ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารได้อย่างที่ควรจะเป็น ส่วนใหญ่ภาวะอะเฟเซียประเภทนี้จะพบในกลุ่มผู้ป่วยที่สมองได้รับความเสียหายค่อนข้างกว้าง 

Anomic Aphasia

ส่วนอะเฟเซียประเภทสุดท้ายอย่าง Anomic Aphasia ผู้ป่วยจะยังสามารถพูดเป็นประโยคและเข้าใจภาษาได้ดีอยู่ แต่จะมีปัญหาเรื่องการนึกคำพูดไม่ออก บางครั้งผู้ป่วยอาจใช้คำอธิบายหรือคำอื่นแทนคำที่นึกไม่ออก

ภาวะอะเฟเซียในแต่ละประเภทมีลักษณะอาการแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของสมองที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งการประเมินโดยแพทย์และนักแก้ไขการพูดจะช่วยวางแผนการฟื้นฟูการสื่อสารได้อย่างเหมาะสม

7 สัญญาณอาการเด่นที่สังเกตได้ของ Aphasia แบบไหนที่ควรพบแพทย์

เช็กลิสต์ 7 สัญญาณเด่นที่สังเกตได้ของ Aphasia ได้แก่ รู้ตัวว่าต้องการจะพูดอะไร แต่นึกคำไม่ค่อยออก พูดเป็นคำสั้น ๆ ฟังประโยคยาว ๆ ไม่เข้าใจ หรือใช้เวลาในทำความเข้าใจมากกว่าปกติ พูดไม่ชัด พูดไม่รู้เรื่อง เรียงคำในประโยคแปลก ๆ อ่านหรือเขียนข้อความไม่ได้เหมือนเดิม

อาการของ Aphasia ไม่ใช่แค่อาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ ธรรมดาเฉย ๆ เพราะอาการอาจจะเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ จนเริ่มกระทบกับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน แจกเช็กลิสต์ 7 สัญญาณเด่นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ยิ่งรู้เร็วเท่าไร ยิ่งมีโอกาสฟื้นฟูได้มากขึ้นเท่านั้น หากอาการเกิดขึ้นฉับพลัน อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดในสมอง ควรรีบพาผู้ป่วยพบแพทย์ทันที

  • รู้ตัวว่าต้องการจะพูดอะไร แต่นึกคำไม่ค่อยออก 
  • พูดเป็นคำสั้น ๆ 
  • ฟังประโยคยาว ๆ ไม่เข้าใจ หรือใช้เวลาในทำความเข้าใจมากกว่าปกติ
  • พูดไม่ชัด 
  • พูดไม่รู้เรื่อง เรียงคำในประโยคแปลก ๆ 
  • อ่านหรือเขียนข้อความไม่ได้เหมือนเดิม

ซึ่งอาการของอะเฟเซียในผู้ป่วยแต่ละรายจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งรอยโรคในสมองด้วย

Aphasia กับ Dysarthria ต่างกันอย่างไร?

Aphasia และ Dysarthria เป็น 2 ภาวะที่ผู้ป่วยจะมีปัญหาด้านการสื่อสารเหมือนกัน แต่สาเหตุแตกต่างกัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

Aphasia

  • เป็นภาวะเกิดจากการที่สมองส่วนควบคุมภาษาได้รับความเสียหาย
  • ผู้ป่วยจะมีปัญหาด้านการสื่อสาร เช่น พูดคำผิด คิดคำไม่ออก อ่านหรือเขียนผิด

Dysarthria

  • เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อที่ใช้ในการสื่อสารและหายใจอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต
  • ผู้ป่วยจะมีอาการพูดไม่ชัด เสียงเบา ลิ้นแข็ง คุมเสียงไม่ได้ แต่ผู้ป่วยยังเข้าใจการสื่อสารทุกอย่าง

สรุป : Aphasia : สมองคิดคำพูดไม่ได้ ส่วน Dysarthria คิดออกว่าจะพูดอะไร แต่กลับพูดออกมาไม่ได้ ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มสโตรก หรือได้รับบาดเจ็บทางสมอง อาจเป็นภาวะใดภาวะหนึ่งหรือเป็นได้ทั้ง 2 ภาวะร่วมกัน

แนวทางรักษาภาวะอะเฟเซีย รู้ก่อนเริ่มฟื้นฟูอย่างถูกทาง

ผู้ป่วยที่มีภาวะอะเฟเซียไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยจะไม่สามารถสื่อสารได้ตลอดชีวิต เพราะจริง ๆ แล้วอะเฟเซียสามารถฟื้นฟูได้ ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดว่าแค่ฝึกพูด (Speech Therapy) อย่างเดียวก็แล้ว แต่จริง ๆ ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะอะเฟเซียควรได้รับการดูแลแบบรอบด้าน ทั้งด้านภาษา สมอง และการใช้ชีวิตประจำวันร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาสื่อสารได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง บาดเจ็บทางสมอง เนื้องอกในสมองที่มีภาวะอะเฟเซียร่วมด้วย

  • การรักษาด้วยการฝึกพูดและใช้ภาษาจากนักอรรถบำบัด นักกิจกรรมบำบัดเพื่อฟื้นฟูทักษะการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน
    • ด้วยการสร้างระบบภาษาใหม่โดยการ ฝึกจากคำ → ประโยค → ไปสู่การสนทนา บางครั้งอาจมีการใช้ Flat card รูปภาพ การทำท่าทางให้ดู หรือการใบ้คำกระตุ้นให้สมองผู้ป่วยดึงคำหรือการพูดออกมาได้ เพื่อช่วยให้สมองการเกิดเชื่อมใหม่
    • เน้นการฝึกลิ้น ปาก เสียง การฝึกควบคุมการออกเสียงคำให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยพูดชัดขึ้นแบบ Step by step
  • การให้ยาหรือการผ่าตัดสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ จากโรคหลอดเลือดสมอง หรือผ่าตัดนำเนื้องอกในสมองออก

ทั้งนี้ โอกาสในการฟื้นตัวของผู้ป่วยแต่ละรายจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรงของอาการ ขนาดของรอยโรค ประเภทของ Aphasia คืออะไร อายุ รวมถึงความถี่หรือความสม่ำเสมอในการฝึกร่วมด้วย 

6 แนวทางลดเสี่ยงก่อนเกิด Aphasia ป้องกันได้ ก่อนสมองเสียหาย

วิธีป้องกันภาวะ Aphasia (อะเฟเซีย) ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกัน แต่สามารถลดความเสี่ยงต้นเหตุที่ทำให้สมองเสียหายจนเกิดภาวะอะเฟเซียได้ เช่น รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกกำลังสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น

สำหรับวิธีการป้องกันภาวะ Aphasia (อะเฟเซีย) ในปัจจุบัน อาจจะยังไม่มีวิธีป้องกันได้โดยตรง แต่สามารถลดความเสี่ยงต้นเหตุที่ทำให้สมองเสียหายจนเกิดภาวะอะเฟเซียได้ สามารถเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยตัวเอง แค่เริ่มจากการดูแลสุขภาพและคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น 

  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป มัน หรือทอด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
  • สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง ควรรับประทานยาหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

สรุป Aphasia คืออะไร พร้อมแนวทางดูแลอย่างถูกต้อง

ภาวะ Aphasia คือ ความบกพร่องด้านภาษาที่ส่งผลต่อการพูด ฟัง อ่าน และเขียน ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะนี้จะเกิดจากความเสียหายของสมอง โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โดยอาการของ Aphasia ไม่ได้มีแค่อาการพูดผิด ๆ ถูก ๆ แต่รวมถึงการนึกคำไม่ออก ฟังไม่เข้าใจ หรือสื่อสารแล้วคนรอบข้างไม่เข้าใจ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยตรง ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม 

โดยแนวทางการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ คือ การทำ Speech and Language Therapy ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ และการฝึกใช้งานจริงในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งผู้ป่วยเริ่มฟื้นฟูเร็ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการกลับมาสื่อสารได้ดีขึ้น นอกจากฟื้นฟูแล้ว การดูแลสุขภาพพื้นฐานก็มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงเกิดภาวะอะเฟเซีย เช่น การควบคุมความดัน เบาหวาน ไขมัน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต เป็นต้น

ฟื้นฟู Aphasia อย่างตรงจุดด้วยทีมสหวิชาชีพกับ PNKG ดีอย่างไร?

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะอะเฟเซีย การฝึกพูดเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องอาศัยการดูแลแบบองค์รวมจากทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาสื่อสารและใช้ชีวิตได้จริงในระยะยาว

สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะอะเฟเซีย การฝึกพูดเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องอาศัยการดูแลแบบองค์รวมจากทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาสื่อสารและใช้ชีวิตได้จริงในระยะยาว สำหรับ PNKG Recovery and elder care เราให้บริการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้ที่มีปัญหาด้านการสื่อสาร โดยทีมสหวิชาชีพที่มีประสบการณ์ ทั้งนักกิจกรรมบำบัด และนักกายภาพบำบัด ด้วยโปรแกรมฟื้นฟูแบบเฉพาะบุคคล (Individualized Program) เพื่อให้เหมาะกับระดับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมเน้นการฝึกใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด สำหรับผู้ที่สนใจใช้บริการสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

  • ศูนย์ PNKG Recovery and Elder Care ชั้น 2 โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ตั้งแต่เวลา 8:30 – 17:30 น. จันทร์ – เสาร์ (ปิดบริการวันอาทิตย์)
  • โทร : 080-910-2124
  • Line : PNKG
  • Facebook : PNKG Recovery and Elder Care

คำถามที่พบบ่อย

Aphasia คือ ภาวะบกพร่องด้านภาษาจากความเสียหายของสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ภาวะนี้ไม่ใช่ภาวะอันตรายโดยตรง แต่เป็นสัญญาณของความผิดปกติในสมองที่ควรได้รับการรักษาหรือฟื้นฟูเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของรอยโรค ขนาดของรอยโรค อายุ โรคประจำตัว รวมถึงระยะเวลาที่มีอาการ และการฟื้นฟูร่วมด้วย ในผู้ป่วยบางรายอาจกลับมาได้ใกล้เคียงปกติ ขณะที่บางรายอาจยังมีอาการหลงเหลือ แต่สามารถพัฒนาให้สื่อสารได้ดีขึ้น

ระยะเวลาฟื้นฟูแตกต่างกันในแต่ละคน โดยทั่วไปต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนและบางรายอาจต้องฟื้นฟูระยะยาว

ควรเริ่มเร็วที่สุดหลังอาการคงที่ เพราะช่วงแรกที่เริ่มมีอาการ การฟื้นตัวของสมองจะมีโอกาสปรับตัว (Neuroplasticity) ได้ดีที่สุด

ไม่สามารถป้องกันได้โดยตรง แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ง่าย ๆ แค่เริ่มจากการดูแลปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะอะเฟเซีย เช่น ควบคุมความดัน เบาหวาน ไขมัน หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

หากมีอาการพูดผิดปกติทันที ฟังไม่เข้าใจ สื่อสารลำบากกะทันหัน ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง

ส่งอาการเบื้องต้นให้เราช่วยประเมิน

ปรึกษากับทีมแพทย์และนักฟื้นฟูของเรา เพื่อให้คุณวางแผนได้อย่างมั่นใจ และตรงกับอาการมากที่สุด