ยาลดความดัน กินอย่างไรให้ปลอดภัย ป้องกันการเป็นสโตรกซ้ำได้จริงไหม | PNKG

Table of Contents

ยาลดความดันป้องกันสโตรกซ้ำได้จริง มีงานวิจัยขนาดใหญ่ยืนยันไว้แล้ว แต่จะได้ผลเมื่อกินถูกวิธี กินต่อเนื่อง และไม่หยุดยาเอง

ผู้ป่วยหลายคนกลับบ้านพร้อมยาความดัน 1–3 ตัว คนที่ต้องจัดยาให้มักสงสัยเรื่องเดิม ๆ กินเช้าหรือเย็นดี ลืมกินไปมื้อหนึ่งต้องกินเพิ่มไหม หรือความดันปกติแล้วหยุดยาได้หรือยัง

ทำไมหลังเป็นสโตรกต้องคุมความดันให้ดี

ความดันที่สูงอยู่นาน ๆ ทำให้ผนังหลอดเลือดในสมองเสื่อมเร็ว สโตรกชนิดตีบ เกิดเพราะลิ่มเลือดหรือคราบไขมันไปอุดหลอดเลือด ส่วนชนิดแตก เกิดเมื่อหลอดเลือดเปราะจนฉีกขาด คนที่เคยเป็นสโตรกมาแล้วมักมีหลอดเลือดเส้นอื่นในสมองที่เสี่ยงอยู่ด้วย การคุมความดันจึงต้องทำไปอีกนาน แม้ร่างกายจะฟื้นตัวดีแล้ว

ความดันสูงเป็นแค่หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของสโตรก ยาอย่างเดียวจึงรับประกันไม่ได้ว่าจะไม่เป็นซ้ำ อย่างอื่นที่ต้องดูแลคู่กันคือ ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่แพทย์สั่ง ไขมันในเลือด น้ำตาลในเลือด บุหรี่ ความเค็ม และการขยับร่างกาย

ยาลดความดันป้องกันสโตรกซ้ำได้จริงไหม

ได้จริง งานวิจัยที่คนอ้างถึงบ่อยที่สุดคือ PROGRESS ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet ปี 2001 ทีมวิจัยติดตามผู้ที่เคยเป็นสโตรกหรือ TIA 6,105 คน นานเฉลี่ยราว 4 ปี

คนที่ได้ยาเป็นสโตรกซ้ำ 10% ส่วนกลุ่มที่ได้ยาหลอกเป็นซ้ำ 14% ความเสี่ยงลดลง 28% ในกลุ่มที่ได้ยาสองตัวคู่กัน ความดันลดลงมากกว่า และความเสี่ยงลดลงถึง 43% ผลนี้เห็นทั้งในผู้ป่วยสโตรกชนิดตีบและชนิดแตก รวมถึงคนที่ความดันตั้งต้นไม่ได้สูงมาก

แนวทางของสมาคมโรคหัวใจและสมาคมโรคหลอดเลือดสมองอเมริกา (AHA/ASA) ปี 2021 แนะนำให้ผู้ป่วยสโตรกที่มีความดันสูงคุมความดันให้ต่ำกว่า 130/80 มม.ปรอท เป้าหมายของแต่ละคนอาจต่างกันไปตามอายุ โรคประจำตัว และสภาพหลอดเลือดที่คอ ถามแพทย์ผู้รักษาได้ว่าเป้าของผู้ป่วยคือเท่าไร

ช่วงแรกหลังเกิดสโตรก ตีบกับแตกคุมความดันไม่เหมือนกัน

เป้าหมาย 130/80 ใช้กับช่วงที่อาการคงที่แล้ว ส่วนในช่วงไม่กี่วันแรกหลังเกิดสโตรก แพทย์คุมความดันต่างกันตามชนิดของสโตรก

ถ้าเป็นสโตรกชนิดตีบ แพทย์มักปล่อยให้ความดันสูงกว่าปกติไว้ก่อน เนื้อสมองรอบจุดที่หลอดเลือดอุดตันบางส่วนยังไม่ตาย และต้องอาศัยแรงดันเลือดช่วยส่งเลือดไปเลี้ยง ถ้าลดความดันเร็วเกินไป สมองส่วนนี้อาจเสียหายเพิ่ม ยกเว้นผู้ป่วยที่ได้ยาละลายลิ่มเลือด แพทย์จะคุมความดันไม่ให้สูงเกินเกณฑ์ เพราะเสี่ยงเลือดออกในสมอง

ถ้าเป็นสโตรกชนิดแตก แพทย์มักรีบลดความดันลงตั้งแต่แรก เพราะความดันสูงทำให้เลือดที่ออกในสมองขยายวงได้

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ช่วงนี้แพทย์เป็นคนคุมความดันในโรงพยาบาล ญาติไม่ควรลดหรือเพิ่มยาเอง

ยาลดความดันที่แพทย์มักใช้หลังเป็นสโตรก

ยาความดันมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มออกฤทธิ์ต่างกันและมีผลข้างเคียงคนละแบบ ผู้ป่วยสโตรกหลายคนต้องใช้ยามากกว่าหนึ่งตัวกว่าความดันจะถึงเป้า

กลุ่มยาตัวอย่างชื่อยาผลข้างเคียงที่ญาติควรสังเกต
ยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ไฮโดรคลอโรไทอะไซด์, อินดาพาไมด์ปัสสาวะบ่อย เกลือแร่ในเลือดผิดปกติ เวียนหัว
ยากลุ่ม ACE inhibitorเอนาลาพริล, เพอรินโดพริลไอแห้งเรื้อรัง ปากหรือหน้าบวม (พบน้อยแต่อันตราย)
ยากลุ่ม ARBโลซาร์แทน, วาลซาร์แทน, เทลมิซาร์แทนเวียนหัว โพแทสเซียมสูง
ยากลุ่ม Calcium channel blockerแอมโลดิพีน, นิเฟดิพีนข้อเท้าบวม หน้าแดง ปวดหัว

ยาเบต้าบล็อกเกอร์ เช่น อะทีโนลอลและเมโทโปรลอล แพทย์มักให้เมื่อผู้ป่วยมีโรคหัวใจร่วมด้วย ปกติไม่ได้ใช้เป็นยาตัวแรกสำหรับป้องกันสโตรกซ้ำ

ถ้าผลข้างเคียงรบกวนชีวิตประจำวัน เช่น ไอจนนอนไม่หลับ ให้บอกแพทย์ ยาความดันมีอีกหลายกลุ่มที่เปลี่ยนแทนได้

4 วิธีกินยาลดความดันให้ปลอดภัย

1. กินเช้าหรือก่อนนอนก็ได้ ขอให้ตรงเวลาทุกวัน

งานวิจัย TIME จากสหราชอาณาจักรติดตามผู้ป่วยความดันสูงกว่า 21,000 คน นานราว 5 ปี กลุ่มที่กินยาลดความดันตอนเช้ากับกลุ่มที่กินก่อนนอนเป็นโรคหัวใจและสโตรกในอัตราใกล้เคียงกัน ให้เลือกเวลาที่ผู้ป่วยกินได้ทุกวันโดยไม่ลืม

ยาขับปัสสาวะเป็นข้อยกเว้น ควรกินตอนเช้าหรือกลางวัน ถ้ากินตอนเย็น ผู้ป่วยจะต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก และคนที่ยังทรงตัวไม่ดีมีโอกาสหกล้มสูง

2. ลืมกินยา ห้ามกินสองเท่า

นึกได้ไม่นานหลังเวลาปกติ ให้กินทันที ถ้านึกได้ตอนใกล้มื้อถัดไปแล้ว ให้ข้ามมื้อที่ลืมไปเลยและกินมื้อถัดไปตามเดิม อย่ากินสองเท่าเพื่อชดเชย ความดันอาจตกเร็วจนหน้ามืด ยาแต่ละตัวกินชดเชยได้ในช่วงเวลาไม่เท่ากัน ถามเภสัชกรให้แน่ใจสำหรับยาที่ผู้ป่วยใช้

3. ความดันปกติแล้ว ก็อย่าหยุดยาเอง

ความดันที่ปกติอยู่ตอนนี้ส่วนใหญ่มาจากยา พอหยุดยา ความดันจะค่อย ๆ ขึ้น และผู้ป่วยมักไม่มีอาการเตือนจนกว่าจะเกิดเรื่อง ถ้าความดันต่ำจนเวียนหัวบ่อย ให้จดค่าความดันไปให้แพทย์ดู แพทย์จะปรับขนาดยาให้

4. หาตัวช่วยกันลืม

กล่องยาแบบแบ่งช่องตามวันทำให้ญาติเห็นได้ทันทีว่ามื้อไหนกินแล้ว บางบ้านผูกเวลากินยากับกิจวัตรเดิม เช่น หลังข้าวเช้าหรือหลังแปรงฟัน ก็ลืมน้อยลงมาก ถ้ายาเยอะจนจัดยาก ขอให้แพทย์ดูว่ามียาเม็ดรวมที่มีสองตัวยาในเม็ดเดียวหรือไม่

ข้อควรระวัง ยาตีกัน และความดันตกตอนลุกยืน

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองฝึกกายภาพบำบัดกับนักกายภาพบำบัด

ผู้สูงอายุที่กินยาความดันหลังสโตรกมักเจอความดันตกตอนเปลี่ยนท่า (orthostatic hypotension) ลุกจากเตียงหรือเก้าอี้ปุ๊บก็หน้ามืด ตาลาย หรือเข่าอ่อน ถ้ายังเดินไม่มั่นคงอยู่แล้ว อาจล้มจนสะโพกหักได้

ก่อนลุกยืน ให้นั่งที่ขอบเตียงสัก 1 นาที กระดกข้อเท้าขึ้นลง แล้วค่อยยืนโดยมีคนพยุงหรือมือจับราวไว้ ถ้าหน้ามืดบ่อย ลองวัดความดันท่านอนกับท่ายืนแล้วเอาค่าไปให้แพทย์ดู นักกายภาพบำบัดก็วัดความดันก่อนพาฝึกเดินทุกครั้งด้วยเหตุผลนี้

ผู้ป่วยหลายคนซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟนและไดโคลฟีแนค กินเองตอนปวดเข่าปวดหลัง ยากลุ่มนี้ทำให้ความดันขึ้นและยาความดันได้ผลน้อยลง ปวดตรงไหนให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อยากิน

คนที่กินยากลุ่ม ACE inhibitor หรือ ARB ไม่ควรกินเกลือแร่โพแทสเซียม หรือใช้เกลือโซเดียมต่ำที่ใส่โพแทสเซียมแทน โดยไม่ถามแพทย์ก่อน เพราะโพแทสเซียมในเลือดอาจสูงเกิน ส่วนเกรปฟรุตทำให้ระดับยาเฟโลดิพีนและนิเฟดิพีนในเลือดสูงขึ้น

สมุนไพรบางตัว เช่น ชะเอมเทศ ทำให้ความดันขึ้นได้ จะเริ่มกินสมุนไพรหรืออาหารเสริมอะไรใหม่ ให้บอกแพทย์ก่อน เหล้าเบียร์ก็ทำให้หน้ามืดง่ายเมื่อดื่มคู่กับยา และถ้าดื่มประจำ ความดันจะสูงขึ้นในระยะยาว

ถ้ามีหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว พูดไม่ชัด ปวดหัวรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็น หรือหน้าและปากบวมหลังกินยา ให้ไปโรงพยาบาลทันที ถ้าสงสัยว่าเป็นสโตรก โทร 1669

ทำไมผู้ป่วยหลายคนหยุดกินยาลดความดันเอง

หลังออกจากโรงพยาบาล ความดันกลับมาสูงอีกครั้งบ่อยเพราะผู้ป่วยหยุดยาเอง เหตุผลที่ได้ยินซ้ำ ๆ มีไม่กี่แบบ

เหตุผลที่หยุดยาควรทำอย่างไรแทน
รู้สึกสบายดี คิดว่าหายแล้วความดันสูงแทบไม่มีอาการ ค่าที่ปกติอยู่มาจากยา
ผลข้างเคียงรบกวน เช่น ไอ ข้อเท้าบวมบอกแพทย์เพื่อเปลี่ยนกลุ่มยา
ยาเยอะ กินไม่ไหวขอให้แพทย์ดูรายการยาทั้งหมดพร้อมกันว่าตัวไหนยังจำเป็น
ยาหมดก่อนถึงวันนัดโทรหาโรงพยาบาลเพื่อขอรับยาก่อนนัด อย่าปล่อยให้ขาดยาหลายวัน

ถ้าญาติเจอยาที่ผู้ป่วยแอบเก็บไว้ไม่กิน ลองถามตรง ๆ แบบไม่ดุ บ่อยครั้งผู้ป่วยเจอผลข้างเคียงแต่ไม่กล้าบอก หรือเม็ดยาใหญ่จนกลืนไม่ลง

กลืนลำบาก บดยาลดความดันได้ไหม

4 สัญญาณภาวะเปราะบางในกลุ่มผู้สูงอายุ

ผู้ป่วยสโตรกไม่น้อยกลืนลำบาก ยาบางตัวบดหรือแบ่งเม็ดได้ บางตัวห้ามบดเด็ดขาด ยาที่ออกฤทธิ์นานมักมีตัวอักษร SR, ER, XL หรือ CR ต่อท้ายชื่อ ถ้าบดยากลุ่มนี้ ตัวยาจะออกฤทธิ์ทีเดียวหมด ความดันอาจตกฮวบจนหน้ามืดหรือเป็นลม

จะบดหรือแบ่งเม็ดยาตัวไหน ถามเภสัชกรก่อนทุกครั้ง ถ้ายาตัวนั้นบดไม่ได้ แพทย์มักเปลี่ยนเป็นตัวอื่นหรือรูปแบบที่กลืนง่ายกว่าให้

ถ้าผู้ป่วยสำลักบ่อยตอนกินยาหรือกินข้าว ควรให้ทีมรักษาประเมินและพาฝึกกลืน การสำลักทำให้เกิดปอดอักเสบได้ และเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยหลังสโตรก

อาหารและพฤติกรรมที่ช่วยให้ยาได้ผลขึ้น

ยาจะได้ผลเต็มที่เมื่อปรับการกินอยู่ไปด้วย อาหารไทยส่วนใหญ่รสเค็ม และความเค็มทำให้ความดันขึ้นโดยตรง องค์การอนามัยโลก แนะนำให้ผู้ใหญ่กินโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกลือไม่ถึง 1 ช้อนชา

โซเดียมแฝงอยู่ในน้ำปลา ซีอิ๊ว ผงปรุงรส น้ำจิ้ม และของแปรรูปอย่างไส้กรอก หมูยอ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ค่อย ๆ ลดเครื่องปรุงลงทีละนิดให้ลิ้นชิน ไม่ซดน้ำแกงจนหมดชาม และพลิกดูฉลากโภชนาการก่อนซื้อ

การขยับร่างกายสม่ำเสมอก็ช่วยลดความดัน ผู้ป่วยหลังสโตรกควรให้นักกายภาพบำบัดเป็นคนวางแผนว่าจะออกกำลังแบบไหน หนักแค่ไหน เพราะต้องดูการทรงตัวและความเสี่ยงล้มด้วย

เลิกบุหรี่ ลดเหล้า และนอนให้พอ ความดันก็จะคุมง่ายขึ้น อ่านวิธีดูแลเพิ่มได้ที่4 วิธีดูแลผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบให้แข็งแรง ลดเสี่ยงป่วยซ้ำ

วัดความดันที่บ้านให้ได้ค่าที่เชื่อถือได้

ค่าความดันที่วัดเองที่บ้านช่วยให้แพทย์ปรับยาได้แม่นขึ้น เพราะหลายคนความดันขึ้นทุกครั้งที่เจอหมอ ถ้ายังอ่านตัวเลขบนเครื่องไม่คล่อง ดูวิธีอ่านได้ในความดันปกติเท่าไหร่ อ่านค่าความดันให้เป็นใน 2 นาที

  1. งดกาแฟ บุหรี่ และการออกแรงอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด และเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
  2. นั่งพิงพนัก วางเท้าราบกับพื้น ไม่ไขว่ห้าง นั่งพักเงียบ ๆ 5 นาที
  3. พันผ้าพันแขนบนผิวหนังโดยตรง ให้อยู่ระดับเดียวกับหัวใจ วางแขนบนโต๊ะ
  4. วัด 2 ครั้ง ห่างกัน 1 นาที ทั้งตอนเช้าก่อนกินยาและตอนเย็น
  5. จดค่าทั้งหมดพร้อมวันเวลา แล้วเอาสมุดหรือรูปถ่ายไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่นัด

ถ้าแขนข้างหนึ่งอ่อนแรงจากสโตรก ถามแพทย์ว่าควรวัดแขนข้างไหน แล้ววัดข้างเดิมทุกครั้ง ค่าที่ได้จะเทียบกันได้

7 คำถามเรื่องยาที่ควรถามแพทย์และเภสัชกร

เวลาพบแพทย์แต่ละครั้งมีไม่มาก กลับถึงบ้านแล้วญาติหลายคนเพิ่งนึกได้ว่าลืมถามเรื่องสำคัญ จดคำถามพวกนี้ใส่กระดาษติดตัวไปด้วย

  1. ความดันเป้าหมายของผู้ป่วยคือเท่าไร จะได้รู้ว่าค่าที่วัดที่บ้านโอเคหรือยัง
  2. ยาแต่ละตัวในถุงกินเพื่ออะไร ผู้ป่วยสโตรกมักได้ทั้งยาความดัน ยาต้านเกล็ดเลือด และยาลดไขมัน ถ้ารู้หน้าที่ของแต่ละตัว ก็จัดยาผิดน้อยลง
  3. ลืมกินยาแล้ว กินชดเชยได้ภายในกี่ชั่วโมง ขอให้เภสัชกรเขียนไว้ข้างซองยา
  4. ยาตัวไหนบดหรือแบ่งเม็ดได้ ต้องถามถ้าผู้ป่วยกลืนลำบากหรือให้อาหารทางสาย
  5. ผลข้างเคียงแบบไหนต้องโทรแจ้งทันที เช่น หน้าหรือปากบวม หน้ามืดจนล้ม ปัสสาวะออกน้อยผิดปกติ
  6. ความดันสูงหรือต่ำแค่ไหนต้องรีบกลับโรงพยาบาล ขอเป็นตัวเลข จะได้ไม่ต้องเดาเองตอนกลางดึก
  7. ยาแก้ปวด ยาแก้หวัด วิตามิน หรือยาจากโรงพยาบาลอื่น กินคู่กันได้ไหม

ถ้าผู้ป่วยรักษาหลายโรงพยาบาล ข้อ 7 ต้องถามทุกครั้ง ยาความดันตัวเดียวกันอาจถูกจ่ายมาสองครั้งในชื่อยี่ห้อต่างกัน หน้าตาเม็ดยาก็ไม่เหมือนกัน ญาติไม่รู้ก็กินซ้ำเป็นสองเท่าจนความดันตกหรือล้มได้ ให้เอายาทุกถุงจากทุกที่ไปให้เภสัชกรเทียบชื่อสามัญบนฉลากพร้อมกัน ถ้ารับยารอบใหม่แล้วเม็ดยาเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ให้ถามก่อนกินทุกครั้ง

จดคำตอบไว้ในสมุดเล่มเดียวกับที่จดค่าความดัน นัดครั้งหน้าแพทย์จะเห็นทั้งตัวเลขและปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น แล้วปรับยาให้เข้ากับชีวิตจริงของผู้ป่วยได้

ตัวอย่างการจัดยาความดันใน 1 วัน

ตารางนี้เป็นแค่ตัวอย่าง เวลาจริงให้ยึดตามฉลากยาและที่แพทย์สั่ง เขียนแปะไว้หน้าตู้เย็นให้คนในบ้านช่วยกันดูได้

ช่วงเวลาสิ่งที่ทำหมายเหตุ
ตื่นนอน ก่อนกินยาวัดความดัน 2 ครั้ง จดลงสมุดวัดก่อนกินกาแฟ
หลังอาหารเช้ายาความดันมื้อเช้า และยาขับปัสสาวะ (ถ้ามี)–
ระหว่างวันขยับร่างกายหรือฝึกตามที่นักกายภาพบำบัดให้ไว้ลุกจากที่นั่งช้า ๆ
หลังอาหารเย็นยาความดันมื้อเย็น (ถ้าแพทย์สั่ง)เช็กช่องในกล่องยาว่าว่างครบทุกมื้อ
ก่อนนอนวัดความดันอีกรอบ จดลงสมุด–

สัญญาณที่ควรพบแพทย์ก่อนถึงวันนัด

บางเรื่องรอถึงนัดครั้งหน้าไม่ได้ ถ้าเจออาการต่อไปนี้ ให้โทรปรึกษาหรือขอเลื่อนนัดเข้ามาเร็วขึ้น

  • ความดันสูงกว่าเป้าหมายติดกันหลายวัน ทั้งที่กินยาครบ
  • หน้ามืดหรือเกือบล้มบ่อย โดยเฉพาะตอนลุกยืน
  • ไอแห้งไม่หยุด ข้อเท้าบวมมากขึ้น หรือปัสสาวะน้อยลงผิดสังเกต
  • อ่อนเพลีย ซึม หรือสับสนมากกว่าปกติหลังเปลี่ยนยา
  • กินข้าวหรือดื่มน้ำได้น้อยลงมาก เช่น ช่วงท้องเสีย เพราะร่างกายขาดน้ำร่วมกับยาความดันทำให้ความดันตกง่าย

อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการปรับขนาดยาหรือเปลี่ยนยา

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ป่วยสโตรกหลายคนมีปัญหาความจำ กลืนลำบาก หรือมือข้างหนึ่งใช้ไม่ถนัด เรื่องกินยาให้ครบทุกมื้อจึงตกเป็นหน้าที่ของญาติ ในเดือนแรกหลังกลับบ้าน ญาติต้องจัดยา วัดความดัน พาฝึกกายภาพที่บ้าน และคอยดูอาการเตือนไปพร้อมกัน บ้านที่ทุกคนต้องออกไปทำงานจะรับไม่ไหวในเวลาไม่นาน

ผู้ป่วยสโตรกส่วนใหญ่ต้องกินไปอีกนาน เพราะยังเสี่ยงเป็นซ้ำ ถ้าคุมความดันได้ดีและปรับพฤติกรรมได้ แพทย์อาจลดขนาดหรือจำนวนยาลง แต่ต้องให้แพทย์เป็นคนตัดสินใจ

ความดันสูงที่ปล่อยไว้ไม่รักษาทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น การกินยาคุมความดันจึงช่วยถนอมไตไปด้วย ยาบางกลุ่ม เช่น ACE inhibitor และ ARB ยังช่วยปกป้องไตในผู้ป่วยเบาหวานที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะด้วย แพทย์จะเจาะเลือดดูค่าไตเป็นระยะอยู่แล้ว

อย่าเพิ่มยาเอง นั่งพัก 5 นาทีแล้ววัดใหม่ ถ้ายังสูงตั้งแต่ 180/120 มม.ปรอท และมีอาการ เช่น ปวดหัวรุนแรง เจ็บหน้าอก แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด ให้ไปโรงพยาบาลทันที ถ้าไม่มีอาการ ให้รีบติดต่อแพทย์ที่รักษาอยู่

ได้ ผู้ป่วยสโตรกส่วนใหญ่ได้ยาสองกลุ่มนี้คู่กัน ที่ต้องระวังคือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่ซื้อกินเอง เพราะกินคู่กับยาต้านเกล็ดเลือดแล้วเลือดออกง่ายขึ้น

ดื่มได้ วันละ 1–2 แก้วไม่เป็นไร แต่ให้งดก่อนวัดความดันอย่างน้อย 30 นาที คาเฟอีนทำให้ค่าที่วัดได้สูงกว่าความจริงไปชั่วคราว

เป็นได้ ช่วงสัปดาห์แรกที่เริ่มยาหรือเพิ่มขนาดยา บางคนเพลียหรือเวียนหัว เพราะร่างกายยังปรับตัวกับความดันที่ลดลง อาการมักดีขึ้นเองในไม่กี่สัปดาห์ ถ้าเพลียมากจนทำอะไรไม่ไหว หรือนานกว่านั้น ให้บอกแพทย์

ปรึกษาทีม PNKG ได้ที่โทร

  • โทร 080-910-2124
  • LINE @PNKG
  • วันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 09:00–17:00 น.

แหล่งอ้างอิง

ส่งอาการเบื้องต้นให้เราช่วยประเมิน

ปรึกษากับทีมแพทย์และนักฟื้นฟูของเรา เพื่อให้คุณวางแผนได้อย่างมั่นใจ และตรงกับอาการมากที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า